สุดยอดหนังเกี่ยวกับ UFO ที่ต้องหามาดูสักครั้ง

 

ความเชื่อและจินตนาการเรื่องราวของมนุษย์ต่างดาว UFO หรือ เอเลี่ยน เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เรามักจะเห็นเป็นประจำในภาพยนตร์ทั้งของไทย ของต่างประเทศ โดยเฉพาะฮอลลีวู้ดนี่มีเยอะมากตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมไปถึงอนาคตที่อาจจะมีมาอีก แต่วันนี้เราขอย้อนอดีตกันสักหน่อยว่าสุดยอดหนังเกี่ยวกับ UFO ที่ต้องหามาดูสักครั้งมีอะไรบ้าง

ซีรีย์ส เอเลี่ยน

หากจะพูดถึงสิ่งมีชีวิตนอกโลกแล้วล่ะก็ เราขอหยิบซีรีย์หนังเรื่องนี้มาก่อนเลยนั่นคือ เอเลี่ยน ซีรีย์หนังเรื่องราวหนังภาคต่อของการค้นพบดวงดาวต่างๆที่อาจจะมีสิ่งมีชีวิตอันน่าสะพรึงกลัวรออยู่ ไหนจะเป็นการต่อสู้เอาตัวรอดกลางอวกาศระหว่างคนกับเอเลี่ยนอีก แม้ว่าจะเก่าไปหน่อย แต่บอกได้ว่า พล็อต โปรดักชั่น นักแสดงนี่ยังทำได้ดีกว่าหนังยุคนี้อีกมั้ง

อี.ที.

หนึ่งในหนังที่ดีที่สุดตลอดกาลได้เลยสำหรับหนังเด็ก หนังครอบครัว และหนังไซไฟ เรื่อง อี.ที. เป็นอีกหนึ่งผลงานระดับมาสเตอร์พีซของสตีเว่น สปีลเบิร์ก เรื่องราวของเด็กชายคนหนึ่งที่ได้พบกับสิ่งมีชีวิตนอกโลกโดยบังเอิญ เค้าเลยพากลับมาพักอาศัยที่บ้านแต่บอกใครไม่ได้ หนึ่งเด็ก หนึ่งเอเลี่ยน ต้องหนีการตามล่าของรัฐบาลเพื่อนำตัวเพื่อนนอกโลกของเค้าไปวิจัย อีกทางหนึ่งเอเลี่ยนก็ต้องติดต่อเพื่อนมารับกลับให้ได้ เรื่องราวที่ต้องเรียกน้ำตาเราได้แบบไม่รู้ตัวเลย

ID4

หนังเกี่ยวกับ UFO ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเรื่องหนึ่งของวงการฮอลลีวู้ด ID4 หรือ Independence Day หนังเมื่อปี 1996 ความยิ่งใหญ่สุดยอดของโปรดักชั่นที่จัดว่ายอดเยี่ยมแม้ว่าเราจะกลับมาดูอีกครั้งในยุคนี้ เรื่องราวการรวมตัวของมวลมนุษยชาติเพื่อต่อสู้ และต่อต้านการเข้ายึดโลกของ UFO เรื่องนี้สร้างชื่อให้กับหนึ่งในพระเอกของเราอย่าง วิล สมิธ ด้วย

Men in Black

อีกหนึ่งหนังไซไฟภาคต่อ ล้ำจินตนาการทั้งในแง่มุมของวิทยาการและ UFO นั่นคือเรื่อง Men in Black เรื่องราวขององค์กรลับที่คอยดูแล กำกับพฤติกรรมของเอเลี่ยนที่เข้ามาอยู่ในโลกของเรา แน่นอนว่าองค์กรนี้ต้องเป็นความลับของโลกด้วย จุดเด่นของเรื่องนี้คงเป็นแท่งไฟที่สามารถลบความทรงจำได้ และการออกแบบเอเลี่ยนที่มีความหลากหลายรูปแบบกับความสามารถเหนือจินตนาการจริงๆ

Prometheus

กลับมาที่หนังไซไฟ หลังยุคปี 201x กันบ้างยุคนี้มีหนังไซไฟเรื่องหนึ่งได้รับเสียงวิจารณ์ดีมากในรอบหลายปีเลยทีเดียว นั่นคือเรื่อง Prometheus หรือ โพรมีเธอุส ของปี 2012 เรื่องนี้เล่าถึงการสำรวจดาวดวงหนึ่งที่อยู่ไกลออกไป แน่นอนว่าพวกเค้าค้นพบสิ่งมีชีวิตที่มีชื่อว่า engineer  ซึ่งเป็นที่มาของ เอเลี่ยน คงไม่ต้องบอกพวกเค้าเจอกับอะไรต่อไป ลองไปหาดูกันนะรับรองว่าสนุกจนลุกไม่ขึ้น

มนุษย์ต่างดาวมีจริงหรือไม่ คำถามที่รอคำตอบ

 

เชื่อว่าคนที่ติดตามเรื่องราวของดาราศาสตร์ ดวงดาว และสิ่งมีชีวิตนอกโลกแล้ว คำถามที่ถือว่าเป็นเสน่ห์ที่ทำให้คนสนใจเรื่องนี้ติดตามมาตลอดนั่นคือ มนุษย์ต่างดาวมีจริงหรือไม่ แม้แต่นักวิทยาศาสตร์สายดาราศาสตร์เองก็พยายามส่งยาน ส่งอุปกรณ์ค้นคว้าไปให้ไกลขึ้นในอวกาศเพื่อค้นหาคำตอบนี้ วันนี้เรามีหลากหลายแง่มุมมานำเสนอกัน

ภาพ UFO ของจริงหรือไม่

เรื่องราวเหล่านี้มีมิติหลายแง่มุมด้วยกัน อย่างแรกเลยเป็นเรื่องของหลักฐานการมีอยู่ของมนุษย์ต่างดาวหรือ UFO ที่หลายคนน่จะเคยเห็นภาพถ่าย UFO แบบต่างๆมากมายตั้งแต่ครั้งอดีต หากเป็นปัจจุบันเราคงมองว่าภาพเหล่านั้นเป็นภาพตัดต่อจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์ แต่คำถามคือหากภาพเหล่านั้นถูกถ่ายและเผยแพร่ตั้งแต่ยุคที่คอมพิวเตอร์ยังไม่ทันสมัย การตัดต่อภาพจะเป็นจริงได้หรือไม่ อันนี้น่าคิดเหมือนกัน อาจจะเป็นเทคนิคการถ่ายภาพก็เป็นได้เหมือนกัน เอาเป็นว่าถ้าเราเชื่อว่าภาพเหล่านี้เป็นจริงก็แสดงว่ามีจริง แต่ถ้าคิดว่าภาพนี้คือตัดต่อก็แสดงว่า UFO ก็คงมีไม่จริง

UFO หรือ เครื่องมือทางทหาร

แม้ว่าการตัดต่อภาพอาจจะเป็นไปได้ แต่เรื่องของการเห็นได้จริงหรือการถ่ายภาพวิดีโอนั้นอาจจะเป็นเรื่องยาก(แม้ว่าจะง่ายแล้วตอนนี้) หลายคนอาจจะเคยมองเห็นวัตถุลึกลับบินอยู่บนอากาศโดยไม่สามารถบอกลักษณะได้เนื่องจากไม่เคยเห็นมาก่อน อย่างเช่น คลิปที่ถ่ายติดสิ่งที่อยู่เหนือน่านฟ้าแบบไม่ทราบสัญชาติที่เกิดเหตุในบ้านเรา เป็นเรื่องฮือฮามากทีเดียวในตอนนั้น (ปี 2015) อย่างไรก็ดีการมองเห็นวัตถุลึกลับบินในท้องฟ้าอย่างนี้ เราต้องเผื่อใจไว้ด้วยว่าอาจจะเป็นการทดลองทางทหาร อาจจะเป็นเครื่องมือ อุปกรณ์ทางทหารอะไรสักอย่างก็ได้เหมือนกัน

แอเรีย 51 ความลับที่บอกไม่ได้

อีกหนึ่ง คำสำคัญเกี่ยวกับ UFO กับ มนุษย์ต่างดาว นั่นคือพื้นที่พิเศษอย่าง แอเรียน 51 พื้นที่ทางด้านการทหารในประเทศสหรัฐอเมริกาที่อยู่ใกล้กับลาสเวกัส รัฐเนวาดา หลายคนเชื่อว่าในพื้นที่นี้แม้ว่าจะเป็นความลับทางการทหารเลยไม่สามารถเข้าไปได้ แต่ภายในนั้นเชื่อกันว่าไม่ได้มีแต่เรื่องของทหารเพียงอย่างเดียว ยังมีการค้นคว้าและวิจัยเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวด้วย แม้ว่าจะมีการออกมาปฏิเสธหลายครั้งจากทางภาครัฐแต่ก็ยังเชื่ออยู่ดี ยิ่งปี 2557 มีการออกมาเปิดเผยของนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งที่ว่าเคยทำงานในนั้น และมีการทำวิจัยกับมนุษย์ต่างดาวด้วย ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่เราจะเชื่อด้วยหรือไม่

มนุษย์ต่างดาวในดาวอื่น

ทฤษฏีสุดท้ายที่ส่วนตัวยอมรับเลยว่าเป็นไปได้มากที่สุด นั่นคือการมองหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก จากดาวเคราะห์อื่น จากระบบสุริยะอื่น ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าเราอาจจะได้เจอสิ่งมีชีวิตใหม่จากดาวเหล่านั้นก็ได้ แต่เชื่อว่าคงต้องรอเทคโนโลยีอีกนานเลยกว่าเราจะเดินทางระยะทางเป็นปีแสงได้

เหตุการณ์ที่ทำให้มนุษย์ต่างดาวถูกเชื่อว่ามี

 

สำหรับคนที่ติดตามเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตจากนอกโลก หรือ UFO มานานแล้ว เชื่อว่าข่าวสารต่างๆที่ทำให้เราคิดว่ามนุษย์ต่างดาวมีจริงย่อมเป็นข่าวที่พวกเค้าต้องติดตามกันเป็นประจำอย่างแน่นอน บางข่าวก็เป็นเรื่องแหกตาพิสูจน์ได้ แต่บางข่าวก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าแหกตาหรือของจริง เรามาลองไล่เรียงกันว่ามีเหตุการณ์ไหนบ้างที่ทำให้มนุษย์ต่างดาวถูกเชื่อว่ามี

การค้นพบยานอวกาศ และมนุษย์ต่างดาวบนดวงจันทร์

เริ่มกันที่ข่าวและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนอกโลก เราไปกันที่ดวงจันทร์ ที่นั่นมีการส่งยานไปสำรวจดวงจันทร์ทั้งทางด้านธรณีวิทยาและด้านดาราศาสตร์ แต่การค้นพบครั้งหนึ่งนั่นคือการค้นพบยานอวกาศที่มีมนุษย์ต่างดาวบนดวงจันทร์ ยานลำนี้จากข่าวบอกว่ามีความยาวของยานมากถึงสองไมล์ สำคัญตรงที่ว่าด้านในมีตัวอ่อนของมนุษย์ต่างดาวอีกด้วย ซึ่งได้มีการแอบนำกลับมาวิจัยต่อทางด้าน DNA ด้วย แน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นความลับของอเมริกันและรัสเซียเท่านั้น ยิ่งมีนักดาราศาสตร์ชื่อดังออกมาสำทับอีกด้วยจากการไปพูดสุนทรพจน์ที่หนึ่ง ยิ่งทำให้เรื่องนี้ดูน่าเชื่อถือขึ้นไปอีก

วัตถุที่ขัดแย้งกับช่วงเวลา

เหตุการณ์ต่อไปที่ทำให้เกิดข้อขัดแย้งขึ้นมาเยอะมากทั้งในด้านดาราศาสตร์ และประวัติศาสตร์ นั่นคือ การที่วัตถุขัดแย้งกับช่วงเวลาและสถานที่เกิด ยกตัวอย่างเช่น การค้นพบโมเดลเครื่องบินที่ประเทศโคลัมเบีย ที่มีอายุมากถึง 1,000 ปี เรื่องนี้มันน่าแปลกตรงที่ว่า โมเดลที่ค้นพบช่างคล้ายกับเครื่องบินเจ็ตในปัจจุบันเหลือเกิน ว่าแต่เมื่อง 1,000 ปีที่แล้ว วิทยาการของชนเผ่าตอนนั้นไม่น่าจะมีการคิดเครื่องบินแบบนี้ออกมาได้เลย หรือจะเป็นการที่พวกเค้าได้รับความรู้ วิทยาการมาจากใครสักคนซึ่งใครสักคนที่ว่าอาจจะเป็นมนุษย์ต่างดาวก็เป็นได้ หรือจะเป็นที่เกาะอีสเตอร์ กลางมหาสมุทรแปซิฟิค เกาะนี้เป็นเกาะร้างที่ไม่มีคน แต่กลับมีรูปปั้นโมอาย ที่มีขนาดหนักถึงตัวละ 75 ตัน ยาวไปถึง 800 ตัว แม้ว่าจะเคยมีชนพื้นเมืองมาก่อนในเกาะนี้แต่ดูแล้วก็ไม่มีทางเป็นไปได้ที่เค้าจะสร้างได้มากขนาดนั้น

ภาพถ่ายที่ยังไม่หาคำตอบไม่ได้

หนึ่งในหลักฐานที่หลายคนเชื่อว่ามีมนุษย์ต่างดาวจริงๆ นั่นคือภาพถ่ายที่ดูผิดธรรมชาติ หรือ เหนือธรรมชาติมากเกินไป แม้ว่าจะมีหลายภาพที่น่าสนใจ แต่ภาพที่กล่าวขวัญมากที่สุดต้องเป็นภาพที่ชื่อว่า Solway Firth Spaceman ภาพนี้ถ่ายขึ้นในปี 1964 ดังนั้นตัดเรื่องการตกแต่งด้วยโปรแกรมได้เลย ภาพนี้มันแปลกตรงที่ว่า เด็กผู้หญิงที่อยู่ในภาพนั้นตอนถ่ายไม่มีใครอยู่ด้วยแต่พอล้างภาพมากลายเป็นว่าด้านหลังของเด็กผู้หญิงคนดังกล่าวมีนักบินอวกาศซ้อนอยู่ด้วย หลายคนอาจจะคิดว่าตกแต่งใช้เทคนิคแต่ก็ยังยืนยันไม่ได้ว่าจริงหรือไม่

10 ภาพอันดับของ UFO ต่างดาวที่เห็นแล้วน่ากลัว

 

ทุกวันนี้มีนักถ่ายภาพทั้งมืออาชีพและสมัครเล่นจำนวนมากได้ถ่ายภาพเจ้าวัตถุบิน UFO (Unidentified flying object) หรือวัตถุบินลึกลับบนท้องฟ้าได้โดยบังเอิญ นำไปสู่การตั้งซึ่งทฤษฎี สมคบคิด ที่โด่งดัง โดยเฉพาะที่อเมริกาซึ่งถือว่าเป็นประเทศที่มีการถ่ายภาพลักษณะนี้ติดอยู่บ่อยครั้ง

รัฐบาลอเมริกาพยายามออกมาปฏิเสธการมีตัวตนของวัตถุบินลึกลับนี้ แต่คนจำนวนมากที่คลั่งไคล้เรื่องลึกลับก็ตั้งทฤษฎีไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการทดลองเครื่องบินรุ่นล่าสุดลับๆของกองทัพอเมริกา หรือไม่ก็เป็นการมาเยือนของสิ่งมีชีวิตจากนอกโลก

หนึ่งในเรื่องที่โด่งดังที่สุดเกี่ยวกับการพบเห็น UFO ก็คือเรื่องของ Area 53 ซึ่งคำๆนี้ถ้าเอาไปพูดกับคนอเมริกัน ถ้าไม่โดนเขาหาว่าบ้ากลับมาละก็ ปฏิกิริยาอาจจะเป็นตรงข้ามไปเลย เพราะเขาอาจพร้อมจะชวนคุณพูดคุยเรื่องทฤษฎีสมคบคิดกันอย่างสนุกเลย

มีเว็บไซต์บางแห่งที่ทำการรวบรวมภาพถ่ายของ UFO โด่งดังจากทั่วโลกไว้ น่าสังเกตว่าภาพที่โด่งดังส่วนใหญ่เกิดในยุค 50-60 หากมองในบริบททางการเมืองและสังคมของโลกตะวันตก ตอนนั้นเป็นช่วงหลังจบสงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่นาน อเมริกาและสหภาพโซเวียตกำลังเข้าสู้สภาวะสงครามเย็น มีการสะสมกำลังอาวุธ ทดลอง และสร้างเทคโนโลยีใหม่ๆทางทหารขึ้นมาเพื่อกดดันและคานอำนาจกันเอง จึงมีหลายฝ่ายเชื่อว่า แท้จริงแล้ว UFO อาจจะเป็นเครื่องบินรบรุ่นใหม่ที่เอามาบินทดสอบก็ได้ หลายคนจึงไม่เชื่อเรื่องนี้ แต่หลายคนก็อดคิดไม่ได้ว่า จักรวาลอันกว้างใหญ่ จะไม่มีสิ่งมีชีวิตที่มีอารยะธรรมหรือสติปัญญาสูงส่งบ้างเชียวหรือ

กระแสเรื่อง UFO ที่เคยโด่งดังในยุค 50-60 ดูจะซบซาลงไปมากหลังจบสงครามเย็นในยุค 90 แต่กลายเป็นการนำเสนอผ่านทางภาพยนตร์ฮอลลีวูดแทน หลายคนยังคงเชื่อเช่นนั้นอยู่ แล้วเมื่อเกิดการค้นพบดาวฤกษ์ Trappist-1 และระบบดาวทั้ง 7 ก็ทำให้กระแสเรื่องสิ่งมีชีวิตนอกโลกกลับมาอีกครั้ง

สำหรับภาพถ่ายติด UFO ทั้งที่บังเอิญ ตั้งใจ หรืออาจจะทำขึ้นมาก็ได้นั้น เรามาดูกันว่าสิบอันดับภาพที่มีชื่อเสียงมาก มีอะไรบ้าง

 

1.ภาพถ่ายที่ดังมากที่สุด ถ่ายติด UFO เป็นลำขนาดใหญ่วันที่ 23 เมษายน 1950 อิลลินอยส์ ถ่ายโดย ดีน มอร์แกน ช่างภาพมือสมัครเล่น

2.เป็นภาพระยะไกล แต่ทำให้เห็นทรงของ UFO ชัดขึ้น ถ่ายในวันที่ 23 พฤศจิกายน 1951 รัฐแคลิฟอร์เนีย ภาพโดย Guy B. Marquand, Jr.

3.เห็นเป็นแสงสว่างสีลำ ซึ่งทำให้ภาพนี้เป็นที่ฮือฮามาก ในวันที่ 16 กรกฎาคม 1952 ที่ รัฐแมสซาชูเซตส์ ภาพโดย Shel Alpert

4. UFO ลำแรกที่ถ่ายติดนอกเขตของอเมริกา ในวันที่ 10 ธันวาคม 1954 ที่ประเทศอิตาลี

5.ถ่ายเป็นแสงสว่างเช่นกัน ในวันที่ 27 สิงหาคม 1956 ถ่ายที่แคนาดา โดยนักบินกองทัพอากาศของแคนาดา

6.ว่ากันว่า อาจจะเป็นภาพเครื่องบืนรุ่นทดสอบของประเทศไหนสักแห่งมากกว่า ในเดือนกันยายนปี 1960 ถ่ายที่ อิตาลี

7.ติดเป็นลำขนาดใหญ่ เมื่อ 18 เมษายน ปี 1965 ถ่ายที่ นิวเม็กซิโก

8.ติดในช่วงเดือนมิถุนายน 2013 ถ่ายที่ Great Britain โดย Steve Lambert

9.ภาพนี้เคยฮือฮาอยู่ระยะหนึ่ง แต่ก็ไม่ชัดเจนนัก และถ่ายติดตอนกลางคืน วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2015 ถ่ายที่พอร์ตแลนด์

10.เป็นภาพแรกที่ถ่ายติดด้วยเครื่องสมาร์ทโฟนของเด็กชายชาวอินเดีย ในปี 2015 กรุงนิวเดลี

เรื่องเล่ามนุษย์ต่างดาวที่ทุกคนยังไม่รู้

alienstory

คุณๆ ทราบกันหรือไม่ว่า เอเลี่ยนโบราณได้เคยทิ้งอนุสรณ์เอาไว้บนโลก  ซึ่งนั่นก็คือ ‘’พีระมิด” สิ่งก่อสร้างใหญ่โตโอฬาร  ที่ได้ถูกสร้างขึ้นมากมายกระจายไปทั่วโลก  เช่น ในเม็กซิโก กรีซ จีน ฯลฯ โดยพีระมิดที่ใหญ่ที่สุดในโลกคือ มหาพีระมิดแห่งชูลูลาในเม็กซิโก  แต่ที่โด่งดังที่สุดก็คือพีระมิด ที่อียิปต์นั่นเอง ความมหัศจรรย์ของระมิด  อยู่ที่  รูปทรง  เพราะ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ก็ล้วนมีรูปทรงที่เหมือนกัน ทั้งๆ ที่การเดินทางในสมัยก่อนโน้นเมื่อ 3-5 พันปีก่อน ค่อนข้างลำบาก  จึงเป็นอุปสรรคในการถ่ายทอดวัฒนธธรรม    แต่กลับสามารถพบเห็นพีระมิดได้ทั่วโลก    และความมหัศจรรย์ อยู่ที่เทคโนโลยีการตัด และเคลื่อนย้ายก้อนหินขนาดใหญ่ รูปทรงที่สมมาตร และที่เหนือกว่านั่นคือ พีระมิดบางแห่งได้ “ซ่อน” ความลับด้านวิทยาการเอาไว้อย่างน่าอัศจรรย์ เช่น พีระมิดขั้นบันไดที่ชิเชน อิตซา ได้รับอิทธิพลมาจากอารยธรรมมายาในเม็กซิโก  ที่เมื่อรวมขั้นบันไดทั้งหมดแล้ว เท่ากับจำนวนวันใน 1 ปี  โดยที่ในยุคนั้นยังไม่มีระบบปฏิทินเลย โดยมีบันได 4 ด้าน ด้านละ 91 ขั้น รวม 364 ขั้น บวกกับขั้นบนสุดรวมเป็น 365 ขั้น หรือการที่หมู่พีระมิดกีซามีทิศทางตรงกันกับตำแหน่งของหมู่ดาวเข็มขัดนาย พราน เป็นต้น

นักคิดในทฤษฎีนักบินอวกาศโบราณได้เชื่อว่า  ตั้งแต่ยุคหลายพันปีมาแล้วนักบินอวกาศจากอีกโลกหนึ่งได้เดินทางมายังโลกของเรา และได้อยู่อาศัยรวมกับมนุษย์โลก และได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีต่างๆให้  จนได้เกิดมีพีระมิดขึ้นในหลายประเทศ ก่อให้เกิดการตีความไปได้หลายทางว่า พีระมิดแท้จริงแล้วมีไว้เพื่ออะไร ซึ่งมีบางคนกล่าวว่า เป็นแหล่งพลังงานขนาดใหญ่ หรือบ้างว่าเป็นจุดสังเกตสำหรับยานอวกาศเวลาขึ้นลง

หากจะกล่าวว่า เป็นจุดสังเกตสำหรับยานอวกาศ  ก็ต้องนึกถึงลายเส้นนาซกาแห่งเปรู  ซึ่งมีเป็นจำนวนมาก ทั้งภาพสัตว์ต่างๆ ลวดลายเรขาคณิต ที่ยาวเหยียดในทะเลทราย  โดยจะสามารถมองได้ชัดเจนว่าเป็นรุปอะไร หากมองลงมาจากบนฟ้า จึงทำให้สงสัยว่า เมื่อ 200 ปี ก่อนคริสตกาล ใครเป็นคนสร้างกันแน่ หากไม่ใช่คนที่มาจากบนฟ้า  ไม่เพียงเท่านี้  ของชิ้นเล็กๆที่ได้ถูกค้นพบในอดีต ก็ดูเหมือนจะสนับนุนหลักการเดียวกัน  โดยเฉพาะสิ่งของที่ได้เรียกขานกันว่าเป็น วัตถุหลงยุค

 

วัตถุหลงยุค  สำหรับความหมายของนักคิดในทฤษฎีนักบินอวกาศโบราณนั้น หมายถึง สิ่งของที่โผล่ขึ้นมาไม่ถูกกาลเวลา และไม่ถูกสถานที่  หรือเป็นของที่ทันสมัย หรือล้ำสมัย ไฮลท์เทคโนโลยี ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้หรือมีได้ในยุคโบราณได้   แต่ก็จำนนด้วยหลักฐานต่างๆ ที่มี  ซึ่งวัตถุหลงยุคที่โด่งดังมากที่สุดชิ้นหนึ่งนั่นคือ เครื่องจักรกลแอนติคีเธอรา  โดยถูกค้นพบจากซากเรืออับปางทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะครีท ถูกค้นพบใน ค.ศ.1900 ที่ยังไม่มีใครสนใจซากบรอนซ์ผุเลย จนกระทั่ง 2 ปีให้หลัง นักโบราณคดีได้สังเกตเห็นข้อเขียนที่สลักไว้ ว่ามันถูกสร้างขึ้นในปีที่ 80 ก่อนคริสตกาล ในโครงร่างซี่ล้อในเศษซากที่ค้นพบ และได้ถูกพิสูจน์ว่า เป็นเครื่องจักรกลทางดาราศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่  เรียกขานว่าคอมพิวเตอร์แห่งกรีกโบราณ

ภาพถ่าย UFO ที่พบบนโลกที่ไม่น่าเชื่อ

ufo-on-sea


หากกล่าวถึง UFO หลายคนคงคิดว่ามีเพียงให้หนังเท่านั้นเพราะไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีจริง แต่อย่างนั้นก็มีคนเห็น และกล่าวถึง UFO ให้ได้เป็นข่าวและน่าสังเกตกันอยู่บ้าง อย่างไรเราลองมาดูกันว่าภาพถ่าย  UFO แบบไหนกันบ้างที่ได้ถูกพบบนโลกนี้ที่ไม่น่าเชื่อว่ามีผู้พบเห็นจริงๆ

กะโหลกศีรษะรูปร่างคล้ายมนุษย์ (The Starchild skull)

ได้ถูกพบเจอจากการขุดค้นเหมืองเก่าๆ แห่งหนึ่งในประเทศเม็กซิโก โดยทีมนักสำรวจและคนงานในเหมืองได้ขุดค้นพบ The Starchild skull   ซึ่งมีลักษณะเป็นกะโหลกศีรษะรูปร่างคล้ายของมนุษย์ที่รูปร่างผิดปกติ นั่นคือศีรษะโตผิดปกติ โดยได้ถูกฝังรวมอยู่กับโครงกระดูกมนุษย์ธรรมดา จากนั้นนักมานุษยวิทยาและศัลยแพทย์ ได้ทำการวิเคราะห์ ทำให้พบว่านี่ไม่ใช่หัวกะโหลกของมนุษย์ที่มีความพิการหรือเป็นโรค จึงได้มีการสันนิษฐานว่า  มีความเป็นไปได้เป็นอย่างยิ่ง ที่ว่าหัวกะโหลกที่ผิดรูปนี้อาจเป็นของมนุษย์ต่างดาวจริงๆ และอีกข้อมูลที่ช่วยยืนยันข้อสันนิษฐานนี้ นั่นคือ ผลการตรวจสอบดีเอ็นเอนี่ไม่ใช่ดีเอ็นเอมนุษย์ แต่กลับพบว่าเป็นของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพศเมีย  แต่อย่างไรก็ตามยังไม่ได้มีข้อสรุปว่ากะโหลกศีรษะนี้เป็นของสัตว์ชนิดไหนกันแน่

“เส้นผมนางฟ้า”  (Angel Hair)

“เส้นผมนางฟ้า” เป็นปรากฏการณ์ที่หายากและไม่สามารถจะหาทฤษฎีใดมาอธิบายได้ แต่ยังมีการพบเห็นและรายงานการพบเห็นทั่วโลก โดยสิ่งที่พบนั่นคือวัตถุที่มีลักษณะคล้ายเส้นไหมสีขาวที่เกาะกันเป็นกลุ่มเหมือนใยแมงมุม เมื่อเรานำมือ หรือวัตถุใดๆ ไปสัมผัสมันจะหายไปในทันที เหมือนไม่เคยมีหรือเกิดขึ้นมาก่อน โดยปรากฏการณ์เช่นนี้ได้พบบ่อยมากในแถบอเมริกาเหนือ, นิวซีแลนด์, ออสเตรเลีย, และยุโรปตะวันตก  จึงทำให้หลายคนเชื่อว่า สิ่งนี้เป็นอีกหนึ่งวัตถุที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ต่างดาวที่เคยมาเยือนโลก  แต่อย่างไรเสียก็ยังไม่เคยมีนักวิชาการท่านใดได้ทำการศึกษาวัตถุชนิดนี้อย่างจริงจัง เพราะไม่สามารถเก็บข้อมูลทางวัตถุใดๆ ได้เลย ทั้งนี้เพราะความบอบบางของมันนั่นเอง และจากภาพที่ถ่ายได้ส่วนใหญ่ล้วนดูคล้ายกับรังแมงมุมด้วยซ้ำไป

แสงลึกลับ (Spooklight Spooklight)

ปรากฏการณ์แสงลึกลับที่ถูกพบในพรมแดนระหว่างรัฐมิสซูรี่และโอคลาโฮมา โดยแสงไฟปริศนาสีส้มมีขนาดเท่าลูกเบสบอล หมุนขึ้นลงเป็นวงกลมด้วยความเร็วสูงและหายไปเฉยๆ โดยได้มีการปรากฏของแสงไฟมาตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่19 แต่ไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าใดนัก  เพราะในขณะนั้นทั่วโลกกำลังอยู่ในภาวะสงคราม และเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ผู้คนมีเวลามากขึ้นจึงทำให้เรื่องแสงไฟปริศนานี้

ข้อสรุป ufo มีจริงหรือไม่


Ufo-spacecraft.3หลายคนสงสัยว่า มนุษย์ต่างดาวและ UFO มีจริงไหม   เพราะหลายครั้งที่เรามักได้ยินหรือได้ฟังเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาว ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีภาพถ่าย และหลักฐานต่างๆ ที่ล้วนแต่ทำให้สงสัยและรอเวลาพิสูจน์ว่า  UFO หรือมนุษย์ต่างดาวได้มาเยือนที่โลกของเราจริงหรือไม่  และยังมีหลายสิ่งหลายอย่าง  ที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า ได้เกิดขึ้นจริง หรือหากมีจริง มันเกิดขึ้นหรือมีขึ้นมาได้อย่างไร

 

UFO  ได้มีข่าวการพบ หรือเห็น รวมทั้งหลักฐานทางภาพถ่ายที่มีผู้พบเห็นวัตถุคล้าย UFO ซึ่งเป็นวัตถุนอกโลกที่สามารถลอยอยู่ในอวกาศได้  ซึ่งได้รับความสนใจจกผู้คนทั่วโลก  และยังมีกลุ่มที่ให้ความสนใจ เรื่อง UFO ก็ได้เข้ามาศึกษาและเก็บข้อมูล เรื่อง UFO จากทั่วโลก เช่นกลุ่ม กะลา   เป็นต้น

 

นอกจากนี้ยังมีภาพถ่ายการศึกษาและชำแหละร่างกายของมนุษย์ต่างดาว ในโรงพยาบาล ที่รอสเวลล์ นิวเม็กซิโก ซึ่งมีรูปร่างหัวมีขนาดใหญ่  ตากลมโตเหมือนตามดแดง  ไม่มีผม  รูปร่างผอม ขายาว  คล้ายกับคน  ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ศึกษาเรื่อง UFO และมนุษย์ต่างดาว  ไม่เพียงเท่านั้นยังได้มีการค้นพบโครงกระดูกมนุษย์ต่างดาวอีกด้วย  ซึ่งตามหลักฐานทำให้ทราบว่า มนุษย์ต่างดาวหรือ UFO อาจจะมาเยือนมนุษย์โลกนานมากแล้ว เพราะด้วยหลักฐานที่ได้รับนี้ ล้วนสนับสนุน ข้อที่ว่ามนุษย์ต่างดาว หรือ UFO ได้เคยมาเยือนโลก เมื่อนานมาแล้ว  หรือบางครั้งอาจจะอาศัยปะปนอยู่กับมนุษย์โลกก็เป็นได้

 

ความจริงเรื่อง UFO เป็นเรื่องที่ หลายๆ คน พยายามเสาะแสวงหา เพื่อให้ได้ทราบถึงความจริง แต่หลายๆ เรื่องก็ยังคงต้องรอการพิสูจน์  นอกจากนี้องค์การนาซ่าก็ยังได้ทำการศึกษาเรื่องเกี่ยวกับ UFO เช่นเดียวกัน แต่ก็ยังไม่ได้ให้ความชัดเจนใดๆ และยังมีหลายครั้งที่มีผู้พบเห็นวัตถุประหลาดจากนอกโลก  เมื่อสอบถามไปยังองค์การนาซ่ากลับมีการปิดปังข้อเท็จจริงที่ควรจะได้รับ จึงทำให้เกิดความสงสัยว่า หรือว่า UFO จะมีจริง หรือว่ามนุษย์ต่างดาวจะเป็นเรื่องจริง โดยได้มีผู้เชี่ยวชาญและสนใจทางด้านมนุษย์ต่างดาวได้ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องนี้หลายท่าน  แต่เมื่อสอบถามถึงแหล่งข่าว และความชัดเจนกลับไม่ได้รับคำตอบที่น่าพอใจ  จึงทำให้คิดว่า หรือจะเป็นเพียงการเรียกร้องความสนใจ และต้องการดิสเครดิตองค์การนาซ่าเท่านั้น

 

สำหรับเรื่องของ UFO  ว่ามีจริงหรือไม่  ก็ยังหาข้อพิสูจน์ไม่ได้ แม้ว่าจะมีหลักฐานทั้งภาพถ่ายและการกล่าวอ้างว่ามีผู้พบเห็นจากหลายๆ ประเทศก็ตาม  แต่ก็ไม่ได้มีอะไรเป็นที่แน่ชัด เพราะไม่สามารถบอกที่มาที่ไป  หรือระบุได้อย่างชัดเจน นั่นเอง ซึ่งเราก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าเมื่อไหร่ถึงจะมีใครพิสูจน์ได้ว่าเป็นจริง หรือจะเป็นเพียงปริศนาที่รอการพิสุจน์เช่นนี้ต่อไป

 

การพบมนุษย์ต่างดาวขององค์กรนาซ่า ที่ยังปิดบังกันอยู่

ufomoon

EBE โมนาลิซ่า ที่ดวงจันทร์ หลักฐานการพบยานอวกาศ “มนุษย์ต่างดาว” บนดวงจันทร์ ยานลำนี้ ซึ่งอยู่บนดวงจันทร์มาแล้วหลายปี  ซึ่งความยาวของตัวยานยาวถึงสองไมล์ ความสูงมากกว่าหอไอเฟล (Eiffel Tower)  และข้างในของยานมีโหลแก้วบรรจุตัวอ่อนมนุษย์ต่างดาว ขนาด 10 เซนติเมตร จำนวนมาก แต่ได้ถูกทำลายไป  เพระไม่เป็นตัว  และที่สำคัญยานเก่ามากแล้ว มีอักขระบนกระดาษ เป็นอักษรหางยาว ๆ และได้พบศพผู้หญิงหน้าคล้ายคนจีน ที่สวยจนเรียกว่า “โมนาลิซ่า” (Mona Lisa) สภาพไม่เน่าเปื่อย  จากนั้นได้นำศพกลับขึ้นยานลูก และเอาแท่งที่ตรึงหน้าศพออก   ซึ่งภารกิจนี้เป็นการปฏิบัติร่วมกับนักบินอวกาศอเมริกัน และ รัสเซีย  ซึ่งเป็นภารกิจเฉพาะสำหรับการสำรวจยานนี้ คาดว่าคงได้ทำการวิเคราะห์ ดีเอ็นเอ – DNA หญิงคนนี้ได้แล้ว

ความเป็นจริงดังกล่าวยังได้ถูกปิดบังต่อสาธารณชนอยู่  โดยรัฐบาล ไม่เพียงเรื่องนี้เท่านั้น แต่ยังมีเรื่องอื่นๆ อีกด้วย  เช่น ความจริงที่ว่าบนดวงจันทร์มีต้นไม้  มีพืชเติบโตที่นั่น และยังสามารถเปลี่ยนสีได้ตามฤดูกาล และมีก้อนเมฆด้วย ซึ่งเป็นด้านมืดของดวงจันทร์ และนอกจากนี้เรายังสามารถเดินได้บนดวงจันทร์โดยมีแรงโน้มถ่วงเช่นเดียวกับโลกอีกด้วย

นักดาราศาสตร์ชื่อดัง  นามว่า อังเดร ฟิงเกลสทีน (Andrei Finkelstein) ทำงานอยู่กับรัฐบาลรัสเซีย ได้ยืนยันด้วยตัวเอง เมื่อ 27 มิถุนายน 2553 ว่า  ในจักรวาลนี้ยังมีสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ อยู่ และยังได้กล่าวอีกว่า มนุษยชาติจะได้ประสบกับผู้มาเยือนที่มาจากนอกโลกอย่างแน่นอน ในระยะเวลาไม่เกิน 20 ปีนับจากนี้
โดยได้เปิดเผยเรื่องนี้ในงานที่เขาได้รับเชิญไปกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดการประชุมนานาชาติว่าด้วยเรื่อง “การค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก” โดยเขาได้ย้ำกับที่ประชุมว่า “นอกจากโลกของเราแล้ว ยังมีดาวอีกหลายดวงในจักรวาลนี้ที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะสมกับการอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต และได้มีการคาดเดาว่า มนุษย์ต่างดาวอาจจะมีรูปร่างคล้ายคลึงกับมนุษย์ คือ มี 2 แขน, 2 ขา และ 1 ศีรษะ”

ด้วยข้อมูลเหล่านี้ยิ่งช่วยตอกย้ำความเชื่อเรื่องมนุษย์ต่างดาวให้แจ่มชัดขึ้นไปอีก  เพราะก่อนหน้านี้ วารสารทางวิชาการ “The Journal of Cosmology” ได้ตีพิมพ์บทความโดยอ้างว่า ได้ค้นพบซากไมโครฟอสซิลของมนุษย์ต่างดาวปะปนมากับอุกกาบาตที่ตกลงสู่พื้นโลก การค้นพบในโครงการอพอลโล่ ในองค์กร NASA ของสหรัฐอเมริกานี้ หลายคนเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง แต่ไม่ได้รับการเปิดเผยอย่างชัดเจน โดยร่วมมือกับสหภาพโซเวียสนั่นเอง  ซึ่งความจริงจะเป็นอย่างไรคงจะพิสูจน์ได้ยาก หลักฐานสำคัญในการค้นพบสิ่งที่เรียกกันว่า EBE (Extraterrestrial Biological Entities) ถือเป็นหลักฐานสำคัญเท่าที่เคยค้นพบ ซึ่งช่วยยืนยันการมีอยู่จริงของมนุษย์ต่างดาว ที่มีภูมิปัญญา และพวกเราชาวมนุษย์โลกไม่ได้โดดเดี่ยวเพียงผู้เดียวในระบบสุริยะจักรวาลนี้เท่านั้น

 

กลุ่มเขากะลา นักวิเคราะห์ วิจัย เกี่ยวกับ UFO ที่มามายาวนาน

kaokalaufo

ufokaokala

จุดเริ่มต้นการติดต่อสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาวที่เขากะลา หรือที่หลายๆคนเรียกว่า กลุ่มประสานงานเพื่อการเตือนภัย(เขากะลา)    ซึ่งเกิดจากการรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมเพื่อประสานงานกับกลุ่มต่างๆ กับบุคคลต่างๆ ทั่วประเทศและทั่วโลก

กลุ่มเขากะลาได้จัดให้มีเว็บไซต์ที่เป็นศูนย์รวมของความเจริญทางจิต  และเทคโนโลยี  ควบคู่กันไป   โดยเป็นแหล่งรวบรวมเรื่องราวของมนุษย์จากนอกโลกที่มาติดต่อสื่อสารกับมนุษย์โลก  ทั้งที่มาจากจักรวาลนี้  และมาจากต่างจักรวาล     รวมถึงเรื่องราวของดวงดาวต่าง ๆ ทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก ดำรงชีวิตอยู่กันอย่างไร  และมีวิวัฒนาการความก้าวหน้ามากน้อยเพียงใด และมีเหตุผลอะไรที่ต้องเดินทางมาเพื่อช่วยเหลือโลกของเรา

นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์รวมภาพถ่าย UFO ไว้เป็นจำนวนมาก  ที่ถูกบันทึกไว้ในประเทศไทย  ทั้งจากเขากะลา  และจากสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ  ที่ได้ถูกบันทึกภาพไว้ได้โดยเพื่อนๆ สมาชิก โดยได้ถูกบรรจุไว้ในเว็บไซต์   www.ufokaokala.com   นี้เอง

สำหรับกลุ่มเขากะลานี้โดยความเป็นจริงไม่ได้มีรุ่นหนึ่งหรือรุ่นใดๆ แต่เพียงเพื่อให้เข้าใจง่าย จึงได้มีการเรียกง่ายๆ ว่า รุ่นที่1 รุ่นที่ 2 และปัจจุบันได้มีรุ่นที่ 3 แล้ว  ซึ่งมีมาแล้ว 10 ปี ซึ่งในความเป็นจริงกลับรวมเป็นรุ่นเดียวกัน ไม่มีการแบ่งแยก  ว่าเป็นกลุ่มนั้น  กลุ่มนี้   เพราะทุกคนล้วนมาตามงาน  มาตามเวลา  มาตามหน้าที่   โดยอาสาเพื่อช่วยเหลือมนุษย์โลกด้วยจิตอาสา

จุดประสงค์ของกลุ่มเขากะลา ได้ทำหน้าที่เพียงนำเสนอข้อมูล และนำหลักฐานที่ได้มีการติดต่อสื่อสารกับมนุษย์ที่มาจากนอกโลก ซึ่งมีทั้งพยานบุคคลและพยานวัตถุ  และผู้ที่ได้มีประสบการณ์จริงจากการได้พบและสัมผัสกับมนุษย์จากนอกโลกด้วยตนเอง

 

มนุษย์นอกโลกที่กลุ่มประสานงานเพื่อการเตือนภัย(เขากะลา) ได้ทำการติดต่อสื่อสารอยู่มี 2ดวงดาว เป็นหลัก คือดาวโลกุกะตะปากะดิกอง และ ดาวพลูโต

ดาวโลกุกะตาปากะดิกอง อยู่คนละจักรวาล กับดาวโลก  ซึ่งมีความเจริญทางจิตและวิทยาศาสตร์ควบคู่กันไป มีเทคโนโลยีที่ล้ำยุคและก้าวหน้าอย่างมาก และมีมนุษย์ต่างดาวอาศัยอยู่ และมีขนาดของโลกในอีกจักรวาลหนึ่งที่ใหญ่เกือบ 3 เท่าของโลกเรา และหมุนรอบตัวเอง 60 ชั่วโมงต่อวัน

– ภูมิประเทศ  มีสภาพอากาศหนาวเย็นเพราะห่างไกลจากดวงอาทิตย์ ดังนั้นเครื่องแต่งกายจึงต้องใส่ชุดรัดรูป เพื่อรักษาอุณหภูมิในร่างกายให้คงที่  ภูมิประเทศคล้ายคลึงกับโลก  มีภูเขา  แม่น้ำ ทะเล แต่ ที่ดาวดวงนี้ไม่มีเรือ ไม่มีรถยนต์  ไม่มีรถไฟ ดังนั้นจึงไม่มีมลพิษ ไม่มีการตัดถนนด้วย มีเพียงจุดจอดยานสำหรับขนส่งสิ่งของเท่านั้น และที่ดาวแห่งนี้มีภัยพิบัติเช่นเดียวกัน แต่ ไม่มีความเสียหายเพราะอยู่ในยาน เมื่อเกิดพายุก็เลี่ยงโดยให้ยานบินขึ้นที่สูง พอพายุผ่านไป ก็จึงลงมา  ใน 1 ครอบครัว มีเพียง พ่อแม่ลูก และสามารถมีลูกได้เพียง 2 คนเท่านั้น ตามกฎ

 

สำหรับเรื่องศัลธรรมที่ดาวโลกุกะตาฯ มีความเจริญทางจิตสูงมาก มีรักษาศีลอย่างเป็นปกติวิสัย (เป็นแนวทางดำรงชีวิตประจำวัน)  ซึ่งศีลเหล่นี้ก็เกิดจากการดำรงชีวิตนั่นเอง  นั่นคือ

ไม่มีการฆ่าสัตว์ เพราะทานอาหารจากแคปซูล ทำจากต้นเคริป  เพียงวันละ 1 เม็ดเท่านั้น  ไม่มีระบบขับถ่าย สามารถย่อยสลายได้ด้วยตนเอง
การลักทรัพย์ ไม่มีเช่นเดียวกัน เพราะรัฐบาลจัดหาให้หมด ไม่มีการใช้เงินตรา  ไม่มีการทำธุรกิจ ไม่เกิดการแก่งแย่ง ทุกคนทำงานตามหน้าที่ จึงไม่เกิดความโลภ  ทำให้ไม่มีการลักขโมยกัน ศีลข้อมุสา ไม่มีเพราะคุยกันทางจิต ใครคิดอะไรได้ยินหมด

แท้จริงแล้วเราต่างหากละที่เป็นมนุษย์ต่างดาว

Untitled-1

23 ก.ค.2015 นักวิทยาศาสตร์ นาซ่า ได้ค้นพบดาวเคราะห์ที่เหมือนกับโลกมนุษย์ของเรา ด้วยระยะห่างออกไป 4,000 ปีแสง ซึ่งดาวเคราะห์ดวงนี้มีขนาดใหญ่กว่าโลกของเราถึง ร้อยละ 60 การโคจรของดาวเคราะห์นอกโลกค่อนข้างเร็ว และอยู่ในโคจรของจักวาล ทำให้มีความเชื่อว่ามีโลกอื่นที่มีสิ่งมีชีวิตอยู่เหมือนกับมนุษย์ของเรา ดาวดาวกว่าแสนล้านดวง ก่อกำเนิดขึ้นเป็นทางช้างเผือกในจักวาล และนักดาราศาสตร์ได้วิจัยว่า 1 ใน 5 ของทางช้างเผือกนั้นมีขนาดเท่ากับโลกของเราซึ่งอาจจะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า เราจะค้นพบมนุษย์ต่างดาวในปี 2025 ซึ่งจะช่วยให้เรานั้น แก้ข้อสงสัยได้ว่า มีมนุษย์ต่างดาวจริงหรือไม่ และหลักฐานชิ้นแรกที่ได้จากดาว วีนัส คือบันทึกที่เขียนไว้ว่า มนุษย์เชื่อว่ายังมีสิ่งที่มีชีวิตอยู่นอกโลก ดั่งเช่นมนุษย์ของเราอีกที่อยู่ห่างออกไปจากนอกโลก

ในปี 1961นักดาราศาสตร์วิทยุ ได้เป็นคนแรกที่นำเสนอเกี่ยวกับการวิเคราะห์ เกี่ยวกับความเป็นไปได้ว่าต้องมีสิ่งที่มีชีวิตนอกเหนือมนุษย์ของเราอยู่อีก แฟงค์ เลกซ์ คิดค้นสำการณ์  เพื่อแสดงให้เห็นความเป็นไปได้ อย่างเช่น ดวงอาทิตย์ที่แท้งจริง โลกที่แท้จริง และมีดวงดาวที่แท้จริงเท่าไร รวมไปถึงยังมีสิ่งมีชีวิตมากมายแค่ไหน แต่ทำไมเรายังคงไม่เคยเห็นพวกเขาเลย ถ้าหากว่ามีสิ่งมีชีวิตอยู่จริง คำตอบของคำถามว่า พวกเขาอยู่ที่ไหน ต้องย้อนกลับไปหลายพันปี เรายังคงเชื่อว่ามีพระเจ้าอยู่จริง มีเทวดาที่ลงมาจากฟ้า ไม่สำคัญว่าจะอยู่ทวีปไหน ต่างเป็นความเชื่อของคนทั่วโลก และยังมีหลักฐานอีกมามายที่เป็นข้อสังเกตว่าสิ่งมีชีวิตนอกโลกนั้นมีอยู่จริง หรือว่าเรานั่นแหละ ที่เป็นมนุษย์ต่างดาว