เรื่องเล่ามนุษย์ต่างดาวที่ทุกคนยังไม่รู้

alienstory

คุณๆ ทราบกันหรือไม่ว่า เอเลี่ยนโบราณได้เคยทิ้งอนุสรณ์เอาไว้บนโลก  ซึ่งนั่นก็คือ ‘’พีระมิด” สิ่งก่อสร้างใหญ่โตโอฬาร  ที่ได้ถูกสร้างขึ้นมากมายกระจายไปทั่วโลก  เช่น ในเม็กซิโก กรีซ จีน ฯลฯ โดยพีระมิดที่ใหญ่ที่สุดในโลกคือ มหาพีระมิดแห่งชูลูลาในเม็กซิโก  แต่ที่โด่งดังที่สุดก็คือพีระมิด ที่อียิปต์นั่นเอง ความมหัศจรรย์ของระมิด  อยู่ที่  รูปทรง  เพราะ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ก็ล้วนมีรูปทรงที่เหมือนกัน ทั้งๆ ที่การเดินทางในสมัยก่อนโน้นเมื่อ 3-5 พันปีก่อน ค่อนข้างลำบาก  จึงเป็นอุปสรรคในการถ่ายทอดวัฒนธธรรม    แต่กลับสามารถพบเห็นพีระมิดได้ทั่วโลก    และความมหัศจรรย์ อยู่ที่เทคโนโลยีการตัด และเคลื่อนย้ายก้อนหินขนาดใหญ่ รูปทรงที่สมมาตร และที่เหนือกว่านั่นคือ พีระมิดบางแห่งได้ “ซ่อน” ความลับด้านวิทยาการเอาไว้อย่างน่าอัศจรรย์ เช่น พีระมิดขั้นบันไดที่ชิเชน อิตซา ได้รับอิทธิพลมาจากอารยธรรมมายาในเม็กซิโก  ที่เมื่อรวมขั้นบันไดทั้งหมดแล้ว เท่ากับจำนวนวันใน 1 ปี  โดยที่ในยุคนั้นยังไม่มีระบบปฏิทินเลย โดยมีบันได 4 ด้าน ด้านละ 91 ขั้น รวม 364 ขั้น บวกกับขั้นบนสุดรวมเป็น 365 ขั้น หรือการที่หมู่พีระมิดกีซามีทิศทางตรงกันกับตำแหน่งของหมู่ดาวเข็มขัดนาย พราน เป็นต้น

นักคิดในทฤษฎีนักบินอวกาศโบราณได้เชื่อว่า  ตั้งแต่ยุคหลายพันปีมาแล้วนักบินอวกาศจากอีกโลกหนึ่งได้เดินทางมายังโลกของเรา และได้อยู่อาศัยรวมกับมนุษย์โลก และได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีต่างๆให้  จนได้เกิดมีพีระมิดขึ้นในหลายประเทศ ก่อให้เกิดการตีความไปได้หลายทางว่า พีระมิดแท้จริงแล้วมีไว้เพื่ออะไร ซึ่งมีบางคนกล่าวว่า เป็นแหล่งพลังงานขนาดใหญ่ หรือบ้างว่าเป็นจุดสังเกตสำหรับยานอวกาศเวลาขึ้นลง

หากจะกล่าวว่า เป็นจุดสังเกตสำหรับยานอวกาศ  ก็ต้องนึกถึงลายเส้นนาซกาแห่งเปรู  ซึ่งมีเป็นจำนวนมาก ทั้งภาพสัตว์ต่างๆ ลวดลายเรขาคณิต ที่ยาวเหยียดในทะเลทราย  โดยจะสามารถมองได้ชัดเจนว่าเป็นรุปอะไร หากมองลงมาจากบนฟ้า จึงทำให้สงสัยว่า เมื่อ 200 ปี ก่อนคริสตกาล ใครเป็นคนสร้างกันแน่ หากไม่ใช่คนที่มาจากบนฟ้า  ไม่เพียงเท่านี้  ของชิ้นเล็กๆที่ได้ถูกค้นพบในอดีต ก็ดูเหมือนจะสนับนุนหลักการเดียวกัน  โดยเฉพาะสิ่งของที่ได้เรียกขานกันว่าเป็น วัตถุหลงยุค

 

วัตถุหลงยุค  สำหรับความหมายของนักคิดในทฤษฎีนักบินอวกาศโบราณนั้น หมายถึง สิ่งของที่โผล่ขึ้นมาไม่ถูกกาลเวลา และไม่ถูกสถานที่  หรือเป็นของที่ทันสมัย หรือล้ำสมัย ไฮลท์เทคโนโลยี ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้หรือมีได้ในยุคโบราณได้   แต่ก็จำนนด้วยหลักฐานต่างๆ ที่มี  ซึ่งวัตถุหลงยุคที่โด่งดังมากที่สุดชิ้นหนึ่งนั่นคือ เครื่องจักรกลแอนติคีเธอรา  โดยถูกค้นพบจากซากเรืออับปางทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะครีท ถูกค้นพบใน ค.ศ.1900 ที่ยังไม่มีใครสนใจซากบรอนซ์ผุเลย จนกระทั่ง 2 ปีให้หลัง นักโบราณคดีได้สังเกตเห็นข้อเขียนที่สลักไว้ ว่ามันถูกสร้างขึ้นในปีที่ 80 ก่อนคริสตกาล ในโครงร่างซี่ล้อในเศษซากที่ค้นพบ และได้ถูกพิสูจน์ว่า เป็นเครื่องจักรกลทางดาราศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่  เรียกขานว่าคอมพิวเตอร์แห่งกรีกโบราณ

ภาพถ่าย UFO ที่พบบนโลกที่ไม่น่าเชื่อ

ufo-on-sea


หากกล่าวถึง UFO หลายคนคงคิดว่ามีเพียงให้หนังเท่านั้นเพราะไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีจริง แต่อย่างนั้นก็มีคนเห็น และกล่าวถึง UFO ให้ได้เป็นข่าวและน่าสังเกตกันอยู่บ้าง อย่างไรเราลองมาดูกันว่าภาพถ่าย  UFO แบบไหนกันบ้างที่ได้ถูกพบบนโลกนี้ที่ไม่น่าเชื่อว่ามีผู้พบเห็นจริงๆ

กะโหลกศีรษะรูปร่างคล้ายมนุษย์ (The Starchild skull)

ได้ถูกพบเจอจากการขุดค้นเหมืองเก่าๆ แห่งหนึ่งในประเทศเม็กซิโก โดยทีมนักสำรวจและคนงานในเหมืองได้ขุดค้นพบ The Starchild skull   ซึ่งมีลักษณะเป็นกะโหลกศีรษะรูปร่างคล้ายของมนุษย์ที่รูปร่างผิดปกติ นั่นคือศีรษะโตผิดปกติ โดยได้ถูกฝังรวมอยู่กับโครงกระดูกมนุษย์ธรรมดา จากนั้นนักมานุษยวิทยาและศัลยแพทย์ ได้ทำการวิเคราะห์ ทำให้พบว่านี่ไม่ใช่หัวกะโหลกของมนุษย์ที่มีความพิการหรือเป็นโรค จึงได้มีการสันนิษฐานว่า  มีความเป็นไปได้เป็นอย่างยิ่ง ที่ว่าหัวกะโหลกที่ผิดรูปนี้อาจเป็นของมนุษย์ต่างดาวจริงๆ และอีกข้อมูลที่ช่วยยืนยันข้อสันนิษฐานนี้ นั่นคือ ผลการตรวจสอบดีเอ็นเอนี่ไม่ใช่ดีเอ็นเอมนุษย์ แต่กลับพบว่าเป็นของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพศเมีย  แต่อย่างไรก็ตามยังไม่ได้มีข้อสรุปว่ากะโหลกศีรษะนี้เป็นของสัตว์ชนิดไหนกันแน่

“เส้นผมนางฟ้า”  (Angel Hair)

“เส้นผมนางฟ้า” เป็นปรากฏการณ์ที่หายากและไม่สามารถจะหาทฤษฎีใดมาอธิบายได้ แต่ยังมีการพบเห็นและรายงานการพบเห็นทั่วโลก โดยสิ่งที่พบนั่นคือวัตถุที่มีลักษณะคล้ายเส้นไหมสีขาวที่เกาะกันเป็นกลุ่มเหมือนใยแมงมุม เมื่อเรานำมือ หรือวัตถุใดๆ ไปสัมผัสมันจะหายไปในทันที เหมือนไม่เคยมีหรือเกิดขึ้นมาก่อน โดยปรากฏการณ์เช่นนี้ได้พบบ่อยมากในแถบอเมริกาเหนือ, นิวซีแลนด์, ออสเตรเลีย, และยุโรปตะวันตก  จึงทำให้หลายคนเชื่อว่า สิ่งนี้เป็นอีกหนึ่งวัตถุที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ต่างดาวที่เคยมาเยือนโลก  แต่อย่างไรเสียก็ยังไม่เคยมีนักวิชาการท่านใดได้ทำการศึกษาวัตถุชนิดนี้อย่างจริงจัง เพราะไม่สามารถเก็บข้อมูลทางวัตถุใดๆ ได้เลย ทั้งนี้เพราะความบอบบางของมันนั่นเอง และจากภาพที่ถ่ายได้ส่วนใหญ่ล้วนดูคล้ายกับรังแมงมุมด้วยซ้ำไป

แสงลึกลับ (Spooklight Spooklight)

ปรากฏการณ์แสงลึกลับที่ถูกพบในพรมแดนระหว่างรัฐมิสซูรี่และโอคลาโฮมา โดยแสงไฟปริศนาสีส้มมีขนาดเท่าลูกเบสบอล หมุนขึ้นลงเป็นวงกลมด้วยความเร็วสูงและหายไปเฉยๆ โดยได้มีการปรากฏของแสงไฟมาตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่19 แต่ไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าใดนัก  เพราะในขณะนั้นทั่วโลกกำลังอยู่ในภาวะสงคราม และเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ผู้คนมีเวลามากขึ้นจึงทำให้เรื่องแสงไฟปริศนานี้

ข้อสรุป ufo มีจริงหรือไม่


Ufo-spacecraft.3หลายคนสงสัยว่า มนุษย์ต่างดาวและ UFO มีจริงไหม   เพราะหลายครั้งที่เรามักได้ยินหรือได้ฟังเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาว ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีภาพถ่าย และหลักฐานต่างๆ ที่ล้วนแต่ทำให้สงสัยและรอเวลาพิสูจน์ว่า  UFO หรือมนุษย์ต่างดาวได้มาเยือนที่โลกของเราจริงหรือไม่  และยังมีหลายสิ่งหลายอย่าง  ที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า ได้เกิดขึ้นจริง หรือหากมีจริง มันเกิดขึ้นหรือมีขึ้นมาได้อย่างไร

 

UFO  ได้มีข่าวการพบ หรือเห็น รวมทั้งหลักฐานทางภาพถ่ายที่มีผู้พบเห็นวัตถุคล้าย UFO ซึ่งเป็นวัตถุนอกโลกที่สามารถลอยอยู่ในอวกาศได้  ซึ่งได้รับความสนใจจกผู้คนทั่วโลก  และยังมีกลุ่มที่ให้ความสนใจ เรื่อง UFO ก็ได้เข้ามาศึกษาและเก็บข้อมูล เรื่อง UFO จากทั่วโลก เช่นกลุ่ม กะลา   เป็นต้น

 

นอกจากนี้ยังมีภาพถ่ายการศึกษาและชำแหละร่างกายของมนุษย์ต่างดาว ในโรงพยาบาล ที่รอสเวลล์ นิวเม็กซิโก ซึ่งมีรูปร่างหัวมีขนาดใหญ่  ตากลมโตเหมือนตามดแดง  ไม่มีผม  รูปร่างผอม ขายาว  คล้ายกับคน  ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ศึกษาเรื่อง UFO และมนุษย์ต่างดาว  ไม่เพียงเท่านั้นยังได้มีการค้นพบโครงกระดูกมนุษย์ต่างดาวอีกด้วย  ซึ่งตามหลักฐานทำให้ทราบว่า มนุษย์ต่างดาวหรือ UFO อาจจะมาเยือนมนุษย์โลกนานมากแล้ว เพราะด้วยหลักฐานที่ได้รับนี้ ล้วนสนับสนุน ข้อที่ว่ามนุษย์ต่างดาว หรือ UFO ได้เคยมาเยือนโลก เมื่อนานมาแล้ว  หรือบางครั้งอาจจะอาศัยปะปนอยู่กับมนุษย์โลกก็เป็นได้

 

ความจริงเรื่อง UFO เป็นเรื่องที่ หลายๆ คน พยายามเสาะแสวงหา เพื่อให้ได้ทราบถึงความจริง แต่หลายๆ เรื่องก็ยังคงต้องรอการพิสูจน์  นอกจากนี้องค์การนาซ่าก็ยังได้ทำการศึกษาเรื่องเกี่ยวกับ UFO เช่นเดียวกัน แต่ก็ยังไม่ได้ให้ความชัดเจนใดๆ และยังมีหลายครั้งที่มีผู้พบเห็นวัตถุประหลาดจากนอกโลก  เมื่อสอบถามไปยังองค์การนาซ่ากลับมีการปิดปังข้อเท็จจริงที่ควรจะได้รับ จึงทำให้เกิดความสงสัยว่า หรือว่า UFO จะมีจริง หรือว่ามนุษย์ต่างดาวจะเป็นเรื่องจริง โดยได้มีผู้เชี่ยวชาญและสนใจทางด้านมนุษย์ต่างดาวได้ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องนี้หลายท่าน  แต่เมื่อสอบถามถึงแหล่งข่าว และความชัดเจนกลับไม่ได้รับคำตอบที่น่าพอใจ  จึงทำให้คิดว่า หรือจะเป็นเพียงการเรียกร้องความสนใจ และต้องการดิสเครดิตองค์การนาซ่าเท่านั้น

 

สำหรับเรื่องของ UFO  ว่ามีจริงหรือไม่  ก็ยังหาข้อพิสูจน์ไม่ได้ แม้ว่าจะมีหลักฐานทั้งภาพถ่ายและการกล่าวอ้างว่ามีผู้พบเห็นจากหลายๆ ประเทศก็ตาม  แต่ก็ไม่ได้มีอะไรเป็นที่แน่ชัด เพราะไม่สามารถบอกที่มาที่ไป  หรือระบุได้อย่างชัดเจน นั่นเอง ซึ่งเราก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าเมื่อไหร่ถึงจะมีใครพิสูจน์ได้ว่าเป็นจริง หรือจะเป็นเพียงปริศนาที่รอการพิสุจน์เช่นนี้ต่อไป

 

การพบมนุษย์ต่างดาวขององค์กรนาซ่า ที่ยังปิดบังกันอยู่

ufomoon

EBE โมนาลิซ่า ที่ดวงจันทร์ หลักฐานการพบยานอวกาศ “มนุษย์ต่างดาว” บนดวงจันทร์ ยานลำนี้ ซึ่งอยู่บนดวงจันทร์มาแล้วหลายปี  ซึ่งความยาวของตัวยานยาวถึงสองไมล์ ความสูงมากกว่าหอไอเฟล (Eiffel Tower)  และข้างในของยานมีโหลแก้วบรรจุตัวอ่อนมนุษย์ต่างดาว ขนาด 10 เซนติเมตร จำนวนมาก แต่ได้ถูกทำลายไป  เพระไม่เป็นตัว  และที่สำคัญยานเก่ามากแล้ว มีอักขระบนกระดาษ เป็นอักษรหางยาว ๆ และได้พบศพผู้หญิงหน้าคล้ายคนจีน ที่สวยจนเรียกว่า “โมนาลิซ่า” (Mona Lisa) สภาพไม่เน่าเปื่อย  จากนั้นได้นำศพกลับขึ้นยานลูก และเอาแท่งที่ตรึงหน้าศพออก   ซึ่งภารกิจนี้เป็นการปฏิบัติร่วมกับนักบินอวกาศอเมริกัน และ รัสเซีย  ซึ่งเป็นภารกิจเฉพาะสำหรับการสำรวจยานนี้ คาดว่าคงได้ทำการวิเคราะห์ ดีเอ็นเอ – DNA หญิงคนนี้ได้แล้ว

ความเป็นจริงดังกล่าวยังได้ถูกปิดบังต่อสาธารณชนอยู่  โดยรัฐบาล ไม่เพียงเรื่องนี้เท่านั้น แต่ยังมีเรื่องอื่นๆ อีกด้วย  เช่น ความจริงที่ว่าบนดวงจันทร์มีต้นไม้  มีพืชเติบโตที่นั่น และยังสามารถเปลี่ยนสีได้ตามฤดูกาล และมีก้อนเมฆด้วย ซึ่งเป็นด้านมืดของดวงจันทร์ และนอกจากนี้เรายังสามารถเดินได้บนดวงจันทร์โดยมีแรงโน้มถ่วงเช่นเดียวกับโลกอีกด้วย

นักดาราศาสตร์ชื่อดัง  นามว่า อังเดร ฟิงเกลสทีน (Andrei Finkelstein) ทำงานอยู่กับรัฐบาลรัสเซีย ได้ยืนยันด้วยตัวเอง เมื่อ 27 มิถุนายน 2553 ว่า  ในจักรวาลนี้ยังมีสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ อยู่ และยังได้กล่าวอีกว่า มนุษยชาติจะได้ประสบกับผู้มาเยือนที่มาจากนอกโลกอย่างแน่นอน ในระยะเวลาไม่เกิน 20 ปีนับจากนี้
โดยได้เปิดเผยเรื่องนี้ในงานที่เขาได้รับเชิญไปกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดการประชุมนานาชาติว่าด้วยเรื่อง “การค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก” โดยเขาได้ย้ำกับที่ประชุมว่า “นอกจากโลกของเราแล้ว ยังมีดาวอีกหลายดวงในจักรวาลนี้ที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะสมกับการอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต และได้มีการคาดเดาว่า มนุษย์ต่างดาวอาจจะมีรูปร่างคล้ายคลึงกับมนุษย์ คือ มี 2 แขน, 2 ขา และ 1 ศีรษะ”

ด้วยข้อมูลเหล่านี้ยิ่งช่วยตอกย้ำความเชื่อเรื่องมนุษย์ต่างดาวให้แจ่มชัดขึ้นไปอีก  เพราะก่อนหน้านี้ วารสารทางวิชาการ “The Journal of Cosmology” ได้ตีพิมพ์บทความโดยอ้างว่า ได้ค้นพบซากไมโครฟอสซิลของมนุษย์ต่างดาวปะปนมากับอุกกาบาตที่ตกลงสู่พื้นโลก การค้นพบในโครงการอพอลโล่ ในองค์กร NASA ของสหรัฐอเมริกานี้ หลายคนเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง แต่ไม่ได้รับการเปิดเผยอย่างชัดเจน โดยร่วมมือกับสหภาพโซเวียสนั่นเอง  ซึ่งความจริงจะเป็นอย่างไรคงจะพิสูจน์ได้ยาก หลักฐานสำคัญในการค้นพบสิ่งที่เรียกกันว่า EBE (Extraterrestrial Biological Entities) ถือเป็นหลักฐานสำคัญเท่าที่เคยค้นพบ ซึ่งช่วยยืนยันการมีอยู่จริงของมนุษย์ต่างดาว ที่มีภูมิปัญญา และพวกเราชาวมนุษย์โลกไม่ได้โดดเดี่ยวเพียงผู้เดียวในระบบสุริยะจักรวาลนี้เท่านั้น

 

กลุ่มเขากะลา นักวิเคราะห์ วิจัย เกี่ยวกับ UFO ที่มามายาวนาน

kaokalaufo

ufokaokala

จุดเริ่มต้นการติดต่อสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาวที่เขากะลา หรือที่หลายๆคนเรียกว่า กลุ่มประสานงานเพื่อการเตือนภัย(เขากะลา)    ซึ่งเกิดจากการรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมเพื่อประสานงานกับกลุ่มต่างๆ กับบุคคลต่างๆ ทั่วประเทศและทั่วโลก

กลุ่มเขากะลาได้จัดให้มีเว็บไซต์ที่เป็นศูนย์รวมของความเจริญทางจิต  และเทคโนโลยี  ควบคู่กันไป   โดยเป็นแหล่งรวบรวมเรื่องราวของมนุษย์จากนอกโลกที่มาติดต่อสื่อสารกับมนุษย์โลก  ทั้งที่มาจากจักรวาลนี้  และมาจากต่างจักรวาล     รวมถึงเรื่องราวของดวงดาวต่าง ๆ ทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก ดำรงชีวิตอยู่กันอย่างไร  และมีวิวัฒนาการความก้าวหน้ามากน้อยเพียงใด และมีเหตุผลอะไรที่ต้องเดินทางมาเพื่อช่วยเหลือโลกของเรา

นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์รวมภาพถ่าย UFO ไว้เป็นจำนวนมาก  ที่ถูกบันทึกไว้ในประเทศไทย  ทั้งจากเขากะลา  และจากสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ  ที่ได้ถูกบันทึกภาพไว้ได้โดยเพื่อนๆ สมาชิก โดยได้ถูกบรรจุไว้ในเว็บไซต์   www.ufokaokala.com   นี้เอง

สำหรับกลุ่มเขากะลานี้โดยความเป็นจริงไม่ได้มีรุ่นหนึ่งหรือรุ่นใดๆ แต่เพียงเพื่อให้เข้าใจง่าย จึงได้มีการเรียกง่ายๆ ว่า รุ่นที่1 รุ่นที่ 2 และปัจจุบันได้มีรุ่นที่ 3 แล้ว  ซึ่งมีมาแล้ว 10 ปี ซึ่งในความเป็นจริงกลับรวมเป็นรุ่นเดียวกัน ไม่มีการแบ่งแยก  ว่าเป็นกลุ่มนั้น  กลุ่มนี้   เพราะทุกคนล้วนมาตามงาน  มาตามเวลา  มาตามหน้าที่   โดยอาสาเพื่อช่วยเหลือมนุษย์โลกด้วยจิตอาสา

จุดประสงค์ของกลุ่มเขากะลา ได้ทำหน้าที่เพียงนำเสนอข้อมูล และนำหลักฐานที่ได้มีการติดต่อสื่อสารกับมนุษย์ที่มาจากนอกโลก ซึ่งมีทั้งพยานบุคคลและพยานวัตถุ  และผู้ที่ได้มีประสบการณ์จริงจากการได้พบและสัมผัสกับมนุษย์จากนอกโลกด้วยตนเอง

 

มนุษย์นอกโลกที่กลุ่มประสานงานเพื่อการเตือนภัย(เขากะลา) ได้ทำการติดต่อสื่อสารอยู่มี 2ดวงดาว เป็นหลัก คือดาวโลกุกะตะปากะดิกอง และ ดาวพลูโต

ดาวโลกุกะตาปากะดิกอง อยู่คนละจักรวาล กับดาวโลก  ซึ่งมีความเจริญทางจิตและวิทยาศาสตร์ควบคู่กันไป มีเทคโนโลยีที่ล้ำยุคและก้าวหน้าอย่างมาก และมีมนุษย์ต่างดาวอาศัยอยู่ และมีขนาดของโลกในอีกจักรวาลหนึ่งที่ใหญ่เกือบ 3 เท่าของโลกเรา และหมุนรอบตัวเอง 60 ชั่วโมงต่อวัน

– ภูมิประเทศ  มีสภาพอากาศหนาวเย็นเพราะห่างไกลจากดวงอาทิตย์ ดังนั้นเครื่องแต่งกายจึงต้องใส่ชุดรัดรูป เพื่อรักษาอุณหภูมิในร่างกายให้คงที่  ภูมิประเทศคล้ายคลึงกับโลก  มีภูเขา  แม่น้ำ ทะเล แต่ ที่ดาวดวงนี้ไม่มีเรือ ไม่มีรถยนต์  ไม่มีรถไฟ ดังนั้นจึงไม่มีมลพิษ ไม่มีการตัดถนนด้วย มีเพียงจุดจอดยานสำหรับขนส่งสิ่งของเท่านั้น และที่ดาวแห่งนี้มีภัยพิบัติเช่นเดียวกัน แต่ ไม่มีความเสียหายเพราะอยู่ในยาน เมื่อเกิดพายุก็เลี่ยงโดยให้ยานบินขึ้นที่สูง พอพายุผ่านไป ก็จึงลงมา  ใน 1 ครอบครัว มีเพียง พ่อแม่ลูก และสามารถมีลูกได้เพียง 2 คนเท่านั้น ตามกฎ

 

สำหรับเรื่องศัลธรรมที่ดาวโลกุกะตาฯ มีความเจริญทางจิตสูงมาก มีรักษาศีลอย่างเป็นปกติวิสัย (เป็นแนวทางดำรงชีวิตประจำวัน)  ซึ่งศีลเหล่นี้ก็เกิดจากการดำรงชีวิตนั่นเอง  นั่นคือ

ไม่มีการฆ่าสัตว์ เพราะทานอาหารจากแคปซูล ทำจากต้นเคริป  เพียงวันละ 1 เม็ดเท่านั้น  ไม่มีระบบขับถ่าย สามารถย่อยสลายได้ด้วยตนเอง
การลักทรัพย์ ไม่มีเช่นเดียวกัน เพราะรัฐบาลจัดหาให้หมด ไม่มีการใช้เงินตรา  ไม่มีการทำธุรกิจ ไม่เกิดการแก่งแย่ง ทุกคนทำงานตามหน้าที่ จึงไม่เกิดความโลภ  ทำให้ไม่มีการลักขโมยกัน ศีลข้อมุสา ไม่มีเพราะคุยกันทางจิต ใครคิดอะไรได้ยินหมด

แท้จริงแล้วเราต่างหากละที่เป็นมนุษย์ต่างดาว

Untitled-1

23 ก.ค.2015 นักวิทยาศาสตร์ นาซ่า ได้ค้นพบดาวเคราะห์ที่เหมือนกับโลกมนุษย์ของเรา ด้วยระยะห่างออกไป 4,000 ปีแสง ซึ่งดาวเคราะห์ดวงนี้มีขนาดใหญ่กว่าโลกของเราถึง ร้อยละ 60 การโคจรของดาวเคราะห์นอกโลกค่อนข้างเร็ว และอยู่ในโคจรของจักวาล ทำให้มีความเชื่อว่ามีโลกอื่นที่มีสิ่งมีชีวิตอยู่เหมือนกับมนุษย์ของเรา ดาวดาวกว่าแสนล้านดวง ก่อกำเนิดขึ้นเป็นทางช้างเผือกในจักวาล และนักดาราศาสตร์ได้วิจัยว่า 1 ใน 5 ของทางช้างเผือกนั้นมีขนาดเท่ากับโลกของเราซึ่งอาจจะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า เราจะค้นพบมนุษย์ต่างดาวในปี 2025 ซึ่งจะช่วยให้เรานั้น แก้ข้อสงสัยได้ว่า มีมนุษย์ต่างดาวจริงหรือไม่ และหลักฐานชิ้นแรกที่ได้จากดาว วีนัส คือบันทึกที่เขียนไว้ว่า มนุษย์เชื่อว่ายังมีสิ่งที่มีชีวิตอยู่นอกโลก ดั่งเช่นมนุษย์ของเราอีกที่อยู่ห่างออกไปจากนอกโลก

ในปี 1961นักดาราศาสตร์วิทยุ ได้เป็นคนแรกที่นำเสนอเกี่ยวกับการวิเคราะห์ เกี่ยวกับความเป็นไปได้ว่าต้องมีสิ่งที่มีชีวิตนอกเหนือมนุษย์ของเราอยู่อีก แฟงค์ เลกซ์ คิดค้นสำการณ์  เพื่อแสดงให้เห็นความเป็นไปได้ อย่างเช่น ดวงอาทิตย์ที่แท้งจริง โลกที่แท้จริง และมีดวงดาวที่แท้จริงเท่าไร รวมไปถึงยังมีสิ่งมีชีวิตมากมายแค่ไหน แต่ทำไมเรายังคงไม่เคยเห็นพวกเขาเลย ถ้าหากว่ามีสิ่งมีชีวิตอยู่จริง คำตอบของคำถามว่า พวกเขาอยู่ที่ไหน ต้องย้อนกลับไปหลายพันปี เรายังคงเชื่อว่ามีพระเจ้าอยู่จริง มีเทวดาที่ลงมาจากฟ้า ไม่สำคัญว่าจะอยู่ทวีปไหน ต่างเป็นความเชื่อของคนทั่วโลก และยังมีหลักฐานอีกมามายที่เป็นข้อสังเกตว่าสิ่งมีชีวิตนอกโลกนั้นมีอยู่จริง หรือว่าเรานั่นแหละ ที่เป็นมนุษย์ต่างดาว

Live Stream เจอ UFO อีกแล้วคาดว่ามาเพียงสำรวจรอบโลก

เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2559 ที่ผ่านมา สถานีอวกาศนานาชาติได้ ได้เผยแพร่ภาพการถ่ายทอดสดนอกโลก และได้เห็นวัตถุประหลาดที่มีความเร็วสูงบินผ่านโลกไปอย่างลึกลับ โดยสถานีอวกาศนี้ได้เปิดเผยว่า มีแสงประหลาดปรากฏขึ้นบนขอระหว่างการถ่ายทอดของ ISS เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน โดยถ่ายทอดสดผ่านเว็บไซต์ UFO ไซทิ่งที่คอยติดตามเคลื่อนไหวของ UFO ปรากฏขึ้นและค่อยๆหายไปอย่างช้าๆ หลังจากที่กล้องของ ISS หมุนไปยังโลก แสงนั้นจึงค่อยๆหายไปอย่างลึกลับ ภาพใน วีดีโอ ได้เผยให้เห็นภาพของแสดงวัตถุประหลาด ที่อยู่เหนือโลกของเราประมาณ 70 วินาที และยังคงไม่เคลื่อนที่ไปไหนก่อนที่กล้องของ iss ไลฟ์สด จะถูกระงับชั่วคราวเนื่องจากต้องเปลี่ยนสัญญาณกล้อง

ภาพที่เผยให้เห็นว่า UFO ครั้งล่าสุดนั้น จนนำไปสู่คำถามว่า ISS สถานีอวกาศกำลังถูกเอเลี่ยน จับตามองอยู่หรือเปล่า สก็อตต์ แวริ่ง ผู้บิหารสถานีอวกาศของเว็บไซต์ UFO ไซทิ่งได้ระบุว่า เมื่อวันที่ 3 ทำไมถึงคิดว่าเป็น UFO หากมองดูดีๆอาจจะเป็นแสงของดวงจันทร์ก็เป็นได้

นอกจากนี้ยังพบอีกว่า มีเหตุการณ์เกิดขึ้นกับไลฟ์สตรีม ถึง 2 ครั้ง คือวันที่ 6 และ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา มีรูปร่างลักษณะคล้ายกระสวยอวกาศ อยู่ไกล้ๆ กับ ISS ต่อมาวันที่ 22 และ 25 ของเดือนดังกล่าว ก็พบวัตถุประหลาด คล้ายๆกับทรงกลม หรือวงรี สิ่งเหล่านี้สิ่งทำให้ ISS ชี้ชัดว่าจะต้องเป็น ยานของ UFO เป็นอย่างแน่นอน และยังเชื่ออีกว่า ไม่ใช่เราเท่านั้นที่กำลังจับตามอง มนุษย์ต่างดาวอยู่ พวกมันก็กำลังจับตามองเราอยู่เช่นกัน

รัสเซียเตือนสหรัฐเรื่องมนุษย์ต่างดาวมีจริงต้องบอกชาวโลก

รัสเซียเตือนสหรัฐเรื่องมนุษย์ต่างดาวมีจริงต้องบอกชาวโลก กระทรวงการต่างประเทศ MFA รายงายว่า นายกรัฐมนตรีของประเทศรัสเซีย Medvedev ซึ่งกล่าวในที่ประชุมเรื่องเศรษฐกิจโลกว่า ทางประเทศรัสเซียขอเตือนประธานาธิบดี บารัก โอบาม่า ว่ามันถึงเวลานั้นแล้ว ที่คุณจะต้องบอกเรื่องจริงต่อชาวโลก ที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ต่างดาว มันเป็นเรื่องยากที่จะบอกออกไป แต่สิ่งที่สหรัฐกำลังทำนั้น มันถึงเวลาที่ชาวโลกทุกคนจะต้องรู้วักทีว่า UFO นั้นมีจริงหรือไม่ หากยังไม่พูดถึงเรื่องนี้ ทาง เครมลิน จะเป็นคนบอกเองทั้งหมด ว่ามนุษย์ต่างดาวนั้นมีจริงหรือไม่

ทางด้านของ Robert Hasting นักวิจัย UFO ได้เปิดเผยว่า ยานบินลึกลับที่เคยบินผ่านกองทัพสหรัฐอเมริกา และรัสเซียนั้น คืออะไรเรื่องนี้เป็นประเด็นความปลอดภัย และความมั่นคงระดับประเทศ และมันเป็นเรื่องที่ทุกคนนั้นจะต้องทราบซักที และมีสิทธิที่จะรู้ Hasting กล่าวกับผู้สื่อข่าว CNN ที่กำลังรอสัมภาษณ์ เกี่ยวกับเรื่อง UFO

Hasting ได้ร่วมกับอดีตทหารอเมริกันอีก 6 นาย ได้นำเสนอประเด็นที่กำลังเป็นที่สนใจมาโดยตลอด โดยเรื่องต่างๆนั้นได้ทำการถ่ายทอดจากประสบการณ์จริง ของแต่ละท่าน ซึ่งทหารทั้ง 6 นายนั้นมีความเชื่อ และเคยพบเห็น UFO มาสิ่งที่พวกเขาเห็นนั้น คล้ายกับเครื่องบินที่ปล่อยแสงออกมาเป็นวงแหวน และไม่มีเสียงใดๆทั้งสิ้น โดยจะปรากฏตัว และแสดงให้เห็นภายในพริบตา ฟังจากคำเล่าของ 1 ใน 6 ทหารที่พบ เขายังบอกอีกว่า UFO มีจริง และมักจะอยู่รอบๆฐานยิงจรวดมิสไซส์ เหมือนพวกมันจะมาสำรวจอาวุธของมนุษย์เราว่าได้พัฒนาไปถึงไหนแล้ว ในขณะเดียวกัน Hasting คิดว่ามนุษย์กำลังจะสื่อสารกับเรา และมนุษย์ก็ยังไม่สามารถที่จะสื่อสารกับพวกเขาได้ซักที

 

 

ความลับ AREA 51 ที่คนทั่วโลกนั้นอยากรู้ความลับ

ความจริง หรือเป็นเพียงสิ่งที่คนทั่วโลกนั้นยังหาข้อสรุปไม่ได้เกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาว หรือสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่นอกโลก เขตพื้นที่ 51 สิ่งที่เก็บความลับของคนทั่วโลกไว้ และในโลกใบนี้มีสิ่งลี้ลับที่เรายังไม่ทราบอีกมากมาย สิ่งที่พิสูจน์ ไม่ได้อีกเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่มนุษย์นั้นสร้างขึ้น หรือไม่ได้สร้างขึ้น แม้กระทั่งดินแดนในตำนานต่างๆที่หาคำตอบไม่ได้ จนมีพื้นที่เกิดขึ้นมา พื้นที่ที่เก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆที่ยังไม่เคยเปิดเผยให้คนทั่วโลกรู้ อย่าง Area 51
Area 51 คือ ฐานทัพลับของกองทัพอากาศสหรัฐ ซึ่งมีแหล่งที่ตั้งบริเวณกว้างขวาง ห่างไกลจากดินแดน รอบๆ 200 กิโลเมตรไม่มีผู้ที่อาศัยอยู่ในระแหวกนั้น มีเพียงทหารที่คอยยืนสังเกตการณ์ต่างๆ ซึ่งที่ตั้งอยู่กลางทะเลทราย เนวาด้า อยู่ห่างออกไปจากฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของ ลาสเวกัส บริเวณนี้ เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีว่าเป็นดินแดนของ มนุษย์ต่างด่าวที่ประเทศสหรัฐอเมริกานั้น กำลังศึกษาอยู่
ปกติแล้ว Area 51 เป็นสถานที่ใช้ฝึกทหารโดยตรง และเป็นสถานที่สุดลับสุดยอดของทหาร โดยเฉพาะ เครื่องบินสอดแนม และเทคโนโลยีต่างๆ ที่มีการทดลองขับ ประชนมักพบเห็นสิ่งแปลกๆที่บินเหนือ Area 51 ซึ่งมีการสันนิฐานว่า เป็น UFO แต่ทางสหรัฐได้ออกมาชี้แจงในเรื่องนี้ว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด


เขตพื้นที่ 51 เป็นชื่อเรียกของพื้นที่เขตหวงห้าม ของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ซึ่งอยู่นอกเหนือ ลาสเวกัส ออกไปประมาณ 95 ไมล์ และ 13 ไมล์ทางตะวันออก ทางหลวงหมายเลข 375 บนถนนกรูมเลค ใกล้กับเมืองราเชล โดยเขตพื้นที่นี้ล้อมรอบไปด้วยเขตลองรับ เนวาด้า และสิ่งที่ชาวโลกนั้นอยากทราบเกี่ยวกับ Area 51 ก็คือสิ่งที่อยู่ด้านในสถานที่นั้นซะมากกว่า และความลับที่เก็บไว้คืออะไร

UFO ในเมืองไทยมีจริงหรือไม่

ภาพถ่าย ufo ตกกลางทุ่งนาในประเทศไทย

ความเชื่อของมนุษย์ต่างดาวถูกนำไปถกเถียงไปต่างๆนานา ความเชื่อเหล่านี้มักจะมาพร้อมหลักฐานที่พบ และไม่พบ และด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี และความเชื่อเดิมๆ ที่ทำให้มนุษย์นั้น ได้เดินทางไปที่ที่มนุษย์นั้นยังไม่เคยไปการค้นพบในสิ่งที่ไม่เคยมีใครเจอ เปลี่ยนให้เรื่องลี้ลับ หรือสิ่งที่เป็นไปไม่ได้นั้น ให้อธิบายด้วยคำว่าวิทยาศาสตร์  ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา เป็นผู้บริหารสูงสุดโรงเรียนสัตยาโส และเป็นผู้ที่ศึกษาเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวได้ให้เหตุผลว่า ดาวเคราะห์ที่อยู่ในจักวาล ล้วนมีหลายพันล้านดวง และต้องมีสิ่งมีชีวิตที่เหมือนกับมนุษย์ของเราอาศัยอยู่ในดาวดาวนั้นๆ ดังเช่นโลกของเรา ส่วนเทคโนโลยีของการบินของ UFO นั้น อาจารย์ยังบอกอีกว่า ตัวจานบินที่เราพบเห็นตามภาพถ่ายนั้น จะใช่รังสีคลับเคลื่อน เพื่อให้ยานบินมีการทรงตัวได้ ดังเช่น เคลื่อนสัญญาณความถี่ของเตาไมโครเวฟนั่นเอง และยังบอกอีกว่า บนท้องฟ้าหรือชั้นบรรยากาศของเรานั้น ยังมีจานบินที่ยังคงบินอยู่ตลอดเวลา แต่เพียงมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น หากสัญญาณเกิดการขัดคล่องเมื่อไร สิ่งที่เล็ดรอดออกมาก็คือตัวยาน ที่เรามักเห็นตามภาพถ่ายต่างๆนั่นเอง นั่นคือความผิดพลาดของการรับส่งสัญญาณ UFO

ทุกวันนี้ UFO ไม่ได้มีไว้เพียงแค่อยู่ในหนังหรือภาพยนตร์เท่านั้น ถูกอ้างการปรากฏตัวทั่วภูมิภาคเอเชียของเรา และยังรวมไปถึงในประเทศไทย การพบเห็นบ่อยครั้ง และถ่ายภาพติด UFO ทำให้ความเชื่อมั่นว่าสิ่งมีชีวิตที่ชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวนั้น มีจริงขึ้นทุกวันๆ หากมนุษย์ต่างดาวนั้นมีอยู่จริง แล้วอะไรที่ทำให้พวกเขาต้องบินมาสำรวจโลกของเรา ที่เมืองไทยคำว่า UFO นั้นยังคงเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยมีใครเชื่อมากนัก จนมาถึงเมื่อปี พ.ศ. 2541 ปรากฏเรื่องราวของ UFO โด่งดังขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เมื่อ จ่าสิบเอก เชิด ชื่นสำนวน ได้นัดหมายจานบิน ให้มาที่จังหวัด สิงห์บุรี ท่ามกลางประชาชนนับหมื่น ทำให้วันนั้นมีผู้ที่เห็น มนุษย์ต่างดาว หรือ UFO ทั้งหมด ต่างพากันตะลึงถึง ความเป็นไปได้ว่าต้องมีสิ่งมีชีวิตอยู่นอกโลกเหมือนกับเราเช่นกัน และทำให้ผู้ที่คิดว่ามี UFO อยู่จริงกล้าที่จะพูดสิ่งที่ตนเองเห็น สิ่งที่ตนเองเชื่อมากขึ้นไปจากเดิม การรวมตัวกันของกลุ่มผู้ที่มีความเชื่อในสิ่งเดียวกัน ทำให้เกิดความเชื่อในรูปแบบใหม่ในสังคมไทย หลายคนที่มีความเชื่อเรื่องมนุษย์ต่างดาว ต่างมีความคิดเห็นมากมายในเมืองไทย และในปัจจุบันได้ตั้งองค์ขึ้นมาที่มีชื่อว่า เขากะลาขึ้นมา เพื่อศึกษาและหาความรู้เกี่ยวกับสิ่งทุทุกคนนั้นเชื่อว่ามีอยู่จริง หรือลวงโลก อย่างมนุษย์ต่างดาวนั่นเอง