พบ UFO ในฐานทัพในแอนตาร์คติก

เรื่องราวแปลกประหลาดบนโลกใบนี้ยังมีอะไรให้ได้ค้นหากันอีกไม่รู้จบ แต่สิ่งหนึ่งที่มนุษย์บนโลกทุกคนอยากรู้เป็นที่สุดก็คือจริงๆ แล้วนอกจากโลกของเราที่มีมนุษย์อาศัยอยู่กว่า 700 ล้านคน ในจักรวาลอันแสนกว้างใหญ่นอกโลกยังมีกลุ่มคนที่ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรเหมือนกันกำเนิดขึ้นจริงหรือไม่ ซึ่งคนเราก็ให้สมญานามกลุ่มเหล่านั้นว่ามนุษย์ต่างดาว เอาเข้าจริงก็ยังไม่มีใครสามารถหาข้อสรุปชัดเจนได้ว่ามนุษย์ต่างดาวที่เรากล่าวถึงกันมายาวนานมีจริงหรือไม่มีจริง ถ้ามีจริงรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร แล้วเคยมาสัมผัสกับโลกของเราหรือไม่ เป็นสิ่งที่ไม่มีใครสามารถยืนยันได้กระทั่งได้เกิดเหตุการณ์หนึ่งที่ว่ากันว่าอาจเป็นหลักฐานอันชัดเจนเกี่ยวกับการมีอยู่จริงของกลุ่มมนุษย์ต่างดาวก็ได้นั่นคือ การค้นพบ UFO ในฐานทัพบริเวณแอนตาร์คติก

กระหึ่ม ค้นพบ UFO ในฐานทัพบริเวณแอนตาร์คติก

จัดว่าเป็นข่าวใหญ่สำหรับผู้ให้ความสนใจเรื่องของมนุษย์ต่างดาวและ UFO อย่างมาก กับเรื่องราวที่ Google Earth ได้มีการสอดส่องไปเรื่อยๆ ตามพื้นที่ต่างๆ บนโลกใบนี้กระทั่งไปพบเข้ากับสิ่งที่มีลักษณะคล้ายอุโมงค์ เป็นอุโมงค์ปริศนาจนหลายคนคิดว่ามันอาจเป็นทางเข้าฐานทัพของกลุ่มมนุษย์ต่างดาวก็เป็นได้ โดยอุโมงค์ทางเข้าดังกล่าวนี้ได้ค้นพบขึ้นบริเวณแอนตาร์คติก ด้วยลักษณะของปากทางเข้ามีความสูง 30 ม. กว้าง 90 ม. ทำให้เกิดความคิดต่างๆ นานาๆ ว่าจากขนาดทางเข้าที่ใหญ่โตมโหฬารน่าจะเป็นทางเข้าออกของ UFO ก็ได้ แล้วพอขยับไปอีกด้วยระยะทางไม่ไกลกันมากนักยังอุตส่าห์พบปากทางเข้าอีกช่องหนึ่ง ลักษณะปากทางเข้าที่ค้นพบครั้งใหม่ล่าสุดนี้มีลักษณะเป็นเหมือนโดม ผู้พบเห็นยืนยันว่าลักษณะของทางเข้าดังกล่าวยังไงก็ไม่น่าใช่ปากทางเข้าของถ้ำซึ่งเกิดตามธรรมชาติแน่นอน จะต้องมีใครมาสร้างเอาไว้เพื่อให้งานอะไรสักอย่างแต่ยังหาคำตอบชัดเจนไม่ได้ว่าคืออะไรยังไง กระนั้นการค้นพบดังกล่าวนี้เป็นการค้นพบที่ยังคงต้องรอข้อพิสูจน์ต่างๆ อีกมากมาย ยังไม่สามารถด่วนสรุปสิ่งใดได้ทั้งสิ้นจนกว่าทั้งหมดจะได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ

ยังคงไม่มีใครสามารถให้คำตอบเกี่ยวกับเรื่องมนุษย์ต่างดาวได้ชัดเจน นั่นเพราะเราไม่รู้จริงๆ ว่าสุดท้ายแล้วมนุษย์ต่างดาวที่พูดถึงกันนี้มีจริงหรือไม่ หากมีจริงหน้าตาเป็นอย่างไร ไม่มีใครสามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เรายังคงต้องศึกษาต่อไปก็คือ ถ้านอกโลกมีสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นเป็นความน่าเรียนรู้อีกระดับว่าเขามีชีวิตหรือการอาศัยอยู่ตรงพื้นที่นั้นๆ อย่างไร แล้วจะเป็นข้อมูลชิ้นใหม่แห่งมวลมนุษยชาติ

ความเชื่อเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาว UFO

ufonew

 

UFO picture

เรื่องของมนุษย์ต่างดาวเป็นสิ่งที่พูดถึงกันมายาวนานมากเรียกว่าคนในยุคนี้ตั้งแต่เกิดมาก็พบเจอกับความเชื่อเรื่องดังกล่าวเล่าขานว่าบินมาด้วย UFO กันตลอด ดังนั้นจึงเกิดเป็นความเชื่อที่ค่อนข้างหลากหลายมากเกี่ยวกับสิ่งนอกโลกที่ไม่มีใครรับรู้ได้อย่างแน่ชัดว่ามีจริงหรือไม่จริงประการใด กระนั้นเราลองมาดูว่ามนุษย์มีความเชื่ออะไรเกี่ยวกับเรื่องของสิ่งแปลกประหลาดนอกโลกนี้บ้าง แต่ละเรื่องมันก็ทำให้น่าคิดอยู่ไม่น้อยเหมือนกันว่าอาจเกิดขึ้นจริงได้

ความเชื่อต่างๆ เกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาว UFO

  1. มนุษย์ต่างดาวต้องการมาดูการเจริญเติบโตของโลก – ความเชื่อนี้ว่ากันว่าพวกเขาไม่ได้มาทั้งดีและร้ายอะไรทั้งนั้น พวกเขาอาจรู้สึกเหมือนกับคนเราเวลาเจอสิ่งแปลกประหลาดจึงทำให้อยากเฝ้ามองดูอยู่ห่างๆ พร้อมสังเกตว่ามีวิวัฒนาการพัฒนาไปด้านไหนบ้างแล้ว เรียนรู้การเจริญเติบโตเกี่ยวกับมนุษย์โลกแบบช้าๆ แต่ก็ไม่ได้มายุ่งเกี่ยวอะไรด้วย
  2. ต้องการค้นหาแหล่งทรัพยากรบางอย่าง – เคยมีหลักฐานเกี่ยวกับเรื่องการค้นพบ UFO ในดินแดนที่ห่างไกลออกไป เช่น เขตแอนตาร์กติก หรือจุดเทือกเขาที่มีความทุรกันดารสูงในหลายประเทศ จึงเกิดความเชื่อขึ้นว่ามนุษย์ต่างดาวอาจต้องการมาค้นหาทรัพยากรอะไรบางอย่างเพื่อเอาไปยังดาวของพวกเขา
  3. อาจมายึดครองโลก – ความเชื่อนี้เป็นอีกความเชื่อที่เราคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็กซึ่งมันอาจไม่ใช่สิ่งเกินเลยแต่ประการใด มีความเป็นไปได้ว่าสิ่งลึกลับนอกโลกเหล่านี้อาจกำลังเรียนรู้อะไรบางอย่างจากมนุษย์จากนั้นก็เตรียมตัวเข้าจัดการด้วยการหาช่วงเวลาเหมาะๆ ไม่ว่าจะเป็นการเจรจาแบบสันติวิธีหรือการโจมตีแบบไม่ได้ตั้งตัว
  4. เป็นผู้สร้างมนุษย์โลกขึ้นมา – ในอดีตภาพประวัติศาสตร์ตามผนังของอียิปต์หรือตามโบราณสถานต่างๆ มักพบสิ่งที่แปลกประหลาดของผู้มาเยือนคาดว่าน่าจะเป็นมนุษย์ต่างดาว หรือไม่ก็กลุ่มสิ่งประหลาดเหล่านี้อาจเป็นคนที่สร้างมนุษย์บนโลกขึ้นมาตั้งแต่แรกก็ได้พร้อมเฝ้ามองเราว่าเป็นสัตว์ตัวน้อยๆที่อาศัยบนดาวดวงน้อยๆ ในจักรวาลอันแสนกว้างใหญ่
  5. เป็นชาวโลกจากอนาคต – ความเชื่อนี้ก็น่าสนใจเพราะจริงแล้วพวกเขาอาจไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นชาวโลกในอนาคต ส่วน UFO อาจเป็นไทม์แมชชีน บางทีเขาอาจต้องการมาศึกษาอดีตอะไรบางอย่างก็ได้
  6. อยู่ตรงไหนสักแห่งบนโลกใบนี้ – โลกของเรามันช่างกว้างใหญ่เกินบรรยาย แต่จริงๆ แล้วพวกเขาอาจเป็นชนเผ่าหนึ่งที่เคยรุ่งเรืองในอดีตแต่เกิดการล่มสลายไป ทำให้เขาอาจต้องย้ายไปอยู่ในดินแดนส่วนใดส่วนหนึ่งของโลกที่เราไม่รู้จักก็เป็นได้เหมือนกัน เช่น ใต้ท้องทะเลลึก

หลักฐานการมีตัวตนของเอเลี่ยน มนุษย์ต่างดาว

moonalienpicture

ufoalien1

หากจะเริ่มต้นสนทนาในเรื่องของมนุษย์ต่างดาว บางคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ งมงาย เนื่องจากในปัจจุบันนี้ยังหลักฐานใดๆอันเด่นชัด ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามนุษย์ต่างดาว มีตัวตนจริงๆ  จนกว่าจะได้เห็นด้วยตาตัวเอง หรือมีหลักฐานออกข่าวไปนู่น ที่ผ่านมาหลักฐานของมีอยู่ของมนุษย์ต่างดาว ไม่เคยออกมาปรากฏตัวให้เห็นกันแบบโจ๋งครึ่ม จะมีเพียงแค่ร่องรอยหรือหลักฐาน รวมทั้งคำกล่าวอ้างของคนที่อ้างว่าเคยพบเจอเหตุการณ์อันแปลกประหลาดมากับตัว

หลักฐานการมีตัวตนของเอเลี่ยน มนุษย์ต่างดาว

  • เมื่อปลายปีที่ผ่านมา กองทัพทหารแห่งประเทศนิวซีแลนด์ ได้ออกมาเปิดเผยเอกสารสำคัญซึ่งระบุว่า มีการพบมนุษย์ต่างดาว วัตถุลึกลับ หรือ UFO มาตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ปี 1954 – 2009 อีกทั้งยังมีรูปวาดสเก็ตช์ของจานบิน และรายละเอียดเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวซึ่งสวมหน้ากากฟาโรห์ อันเป็นวัฒนธรรมของชาวอียิปต์ รวมทั้งตัวอย่างของภาษาเขียนจากนอกโลกด้วย
  • เป็นระยะเวลานานมาแล้ว ความลึกลับในการมาเยือนอย่างไม่เป็นทางการของพวกมัน ทำให้เหล่ามนุษย์โลกต่างพากันสงสัย และเกิดอยากรู้อยากเห็น มนุษย์ต่างดาวตัวจริง โดยในช่วง 2 ปีมานี้ เริ่มมีเค้าลางให้เห็นว่า พวกมันกำลังบุกเข้ามาโลกของเราแล้ว เนื่องจากมีหลักฐานมากมายซึ่งระบุว่า พวกมันมาพร้อมกับพาหนะที่บินบนท้องฟ้าอันมีความเร็วแบบล่องหน
  • เมื่อเดือนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ควบคุมการบินของ Siberia อ้างว่า เขาได้ยินเสียงของวัตถุลึกลับ ซึ่งมีเสียงมนุษย์อันเป็นลักษณะของเสียงผู้หญิง แต่สัญญาณดังกล่าวเป็นภาษาที่ไม่อาจเข้าใจได้ เหนือพื้นที่ เมือง Yakutsk  ประเทศรัสเซีย วัตถุดังกล่าวมีการเคลื่อนไหวรวดเร็วมาก มีความเร็วขนาด 6,000 ไมล์/ชั่วโมง อีกทั้งยังสามารถเปลี่ยนทิศทางได้อย่างรวดเร็ว
  • ณ นคร Jerusalem มีผู้บันทึกภาพวัตถุประหลาด เป็นแสงไฟส่องสว่างลักษณะคล้ายลูกบอล อยู่เหนือแท่นบูชาศาสนสถาน ลูกไฟนี้มีการเคลื่อนไหวเป็นจังหวะ ก่อนที่มันจะพุ่งขึ้นฟ้าหายลับไป
  • ในประเทศไทยของเราเอง ก็มีการอ้างว่า พบมนุษย์ต่างดาวและมีผู้บันทึกภาพได้ เรื่องก็คือว่ามี พนักงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมแห่งหนึ่งได้ขึ้นไปชมความงดงามของธรรมชาติ ใกล้กับสถานปฏิบัติธรรม ณ วัดถ้ำพระภูวัว อ.เซกา จ.หนองคาย เขาก็ได้บันทึก VDO ภาพความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติในบริเวณนั้น เพื่อเก็บไว้ให้เพื่อนๆดู แต่พอนำคลิปนั้นกลับมาดูในจอขนาดใหญ่ ก็พบว่ามีวัตถุลึกลับบินผ่านไปอย่างรวดเร็ว พร้อมมีการตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าเป็นเครื่องบินรบหรือเฮลิคอปเตอร์ ก็ไม่น่าจะบินได้เร็วหรือเงียบเชียบขนาดนั้น โดยได้มีการทดสอบด้วยการนำกล้องตัวเดียวกันนี่แหละ ไปถ่ายภาพเฮลิคอปเตอร์ขณะบิน ปรากฏว่าใบพัดก็ยังช้ากว่าวัตถุที่ปรากฏในคลิปอยู่มาก

หลักฐานความเชื่อที่เกิดขึ้นว่า UFO มีอยู่จริง

belive_ufo

มีหลายทฤษฎีที่บ่งบอกว่า UFO ที่นำพามนุษย์ต่างดาวเข้ามายังโลกของเรามีจริงในขณะอีกหลายภาคส่วนก็มองว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องเหลวไหล ไร้สาระ หาความจริงไม่ได้เพราะไม่มีหลักฐานอะไรสามารถยืนยันเรื่องราวตรงนี้ได้เลย จึงเกิดเป็นเรื่องที่มีคนเคยนำเอาหลักฐานมานำเสนอว่าสิ่งเหล่านี้พอจะช่วยทำให้เชื่อได้ว่า UFO บินพามนุษย์ต่างดาวมาจากนอกโลกเป็นเรื่องจริงสุดๆ

หลักฐานชิ้นสำคัญที่บอกว่า UFO มีอยู่จริง

  1. Crop Circles วงกลมสุดประหลาดกลางทุ่ง – สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่พบได้ในหลายพื้นที่ของทวีปยุโรป บริเวณพบเจอคือกลางทุ่งข้าวบาร์เล่ย์, ข้าวโพด, ถั่วเหลือง, ข้าวสาลี ถูกพบครั้งแรกที่อังกฤษเมื่อปี 1678 ลักษณะคือพืชจะล้มลงโดยก้านไม่หักแต่งอลงราว 1 นิ้วจากพื้นดิน เป็นรูปทรงเรขาคณิตที่สลับซับซ้อนมาก กระทั่งปัจจุบันมรายงานการพบสิ่งดังกล่าวกว่าหมื่นครั้ง
  2. สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา – บริเวณตอนใต้ของสหรัฐฯ มหาสมุทรแอตแลนติก ตะวันตก ที่ทุกวันนี้ยังค้นหาคำตอบไม่ได้ว่าทำไมเวลามีอะไรผ่านเข้าไปบริเวณนั้นจึงต้องหายสาบสูญทั้งหมด ทฤษฎีหนึ่งที่มีคนเคยกล่าวเอาไว้คือ อาจมีมนุษย์หรือมนุษย์ต่างดาวอาศัยใต้มหาสมุทร ต้องการนำเอาเรือ เครื่องบิน พร้อมมนุษย์ลงไปเพื่อศึกษาอะไรบางอย่าง
  3. กลุ่มหินปริศนาสโตน เฮนจ์ – ทางตอนใต้ของประเทศอังกฤษ บริเวณทุ่งราบซัลลิสเบอร์รี่ มีหินทั้งหมด 112 ก้อน ตั้งเรียงเป็นวงกลมซ้อนกัน 3 วง มีลักษณะการวางต่างกัน คิดว่าน่าจะถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ 3,000 – 2,000 ปีก่อนคริสตกาล หินแต่ละก้อนมีอายุไม่เท่ากัน นำมาจากต่างที่กัน อีกทั้งมันหนักมากๆ หินจะมากองอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร เป็นเรื่องที่ไม่มีใครหาคำตอบได้จริงๆ
  4. เมืองโบราณที่ไม่รู้ผู้สร้าง – ในประเทศเม็กซิโก ห่างจากเม็กซิโก ซิตี้ 40 กม. เมืองโบราณแห่งยุคเมโส – อเมริกัน ชาวแอชเท็กเป็นผู้คนพบพร้อมตั้งชื่อให้ว่า City of the Gods ตอนมาพบก็เป็นเมืองร้างจึงทำให้ไม่รู้แน่ชัดว่าใครเป็นผู้สร้าง เชื่อว่าน่าจะมีอายุกว่า 2 พันปี และเริ่มตั้งถิ่นฐาน 100 ปีก่อนคริสตกาล คิดว่าน่าจะเคยเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรอะไรบางอย่างมาก่อน
  5. ลายเส้นขนาดยักษ์มองจากฟากฟ้า – ในราบนาชก้า เปรู ลักษณะการเขียนของเส้นค่อนข้างจงใจ ประณีต ขนาดใหญ่ถึง 200 ม. ครอบคลุมเนื้อที่ 500 ตร.กม. ท้าแดดฝนมากว่า 2 พันปี มีแต่ภาพวาดทรงเรขาคณิตไปจนถึงรูปสัตว์ต่างๆ

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของหลักฐานทางความเชื่อที่ว่ามนุษย์ต่างดาวอาจเคยบินเข้ามาจาก UFO เพื่อทำอะไรสักอย่างกับโลกของเรา เป็นความเชื่อที่ยังหาข้อพิสูจน์ชัดเจนไม่ได้

การค้นพบจานบิน UFO จากทั่วโลก

ufopicskyneww1

ufopicsky 

หากพูดถึง UFO หลายคนๆ อาจคิดว่ามีเพียงแค่ในภาพยนตร์เท่านั้นเนื่องจากยังไม่มีใครออกมาพิสูจน์ได้ว่ามีจริง แต่ถึงอย่างนั้นก็มีคนเห็น รวมถึงกล่าวถึง UFO ให้ได้ออกข่าวกันอยู่บ้าง รวมทั้งมีข้อมูลข่าวสารการค้นพบจานบิน UFO จากทั่วโลกอีกด้วย ในบทความนี้เราจะนำประสบการณ์อันลึกลับมาฝากคุณผู้อ่านกันค่ะ

 The Starchild skull

หัวกะโหลกชิ้นนี้ได้ถูกค้น จากการขุดค้นเหมือง แห่งหนึ่งในประเทศเม็กซิโก โดยคนงานในเหมืองได้ขุดค้นพบ The Starchild skull โดยเป็นกะโหลกศีรษะที่มีรูปร่างคล้ายกับกะโหลกของมนุษย์ แต่กลับมีรูปร่างที่ผิดปกติไป นั่นก็คือมีขนาดของศีรษะที่ใหญ่อย่างผิดปกติ กะโหลกนี้ได้ถูกฝังรวมกับโครงกระดูกมนุษย์ธรรมดา จากนั้นนักมานุษยวิทยาและศัลยแพทย์ ก็ได้นำไปตรวจสอบพร้อมทำการวิเคราะห์อย่างละเอียด จึงพบว่านี่ไม่ใช่หัวกะโหลกของมนุษย์ที่บกพร่องพิการหรือเป็นโรคใดๆ จึงได้มีการสันนิษฐานว่า หัวกะโหลกนี้อาจเป็นของมนุษย์ต่างดาวจริงๆ นอกจากนี้อีกข้อมูลซึ่งช่วยยืนยันข้อสันนิษฐานนี้ คือ จากผลการตรวจสอบ DNA พบว่าไม่ใช่ DNA ของมนุษย์ แต่เป็นของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพศเมียต่างหาก ถึงอย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อสรุปอย่างแน่ชัดว่ากะโหลกนี้เป็นของสัตว์ชนิดใดกันแน่

Angel Hair

Angel Hair เป็นปรากฏการณ์ที่พบเจอได้ยากและไม่อาจหาทฤษฎีไหนมาอธิบายได้ แต่ปรากฏการณ์นี้ก็ยังมีรายงานการพบเห็นทั่วโลก มันเป็นวัตถุอันมีลักษณะคล้ายกับเส้นไหมสีขาว ซึ่งเกาะกันคล้ายใยแมงมุม เมื่อเรานำมือหรือวัตถุใดๆ ไปสัมผัสมันจะหายวับไปในทันที โดยปรากฏการณ์นี้ได้พบบ่อยมากในบริเวณอเมริกาเหนือ, นิวซีแลนด์, ออสเตรเลีย, และยุโรปตะวันตก  จึงทำให้หลายคนเชื่อว่า Angel Hair เป็นอีกหนึ่งอย่างซึ่งเกี่ยวข้องกับมนุษย์ต่างดาว ที่ปรากฏอยู่บนโลกของเรา  แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่เคยมีนักวิชาการคนไหน ได้ทำการศึกษา Angel Hair อย่างจริงจัง เนื่องจากไม่สามารถเก็บข้อมูลทางวัตถุใดๆ ได้เลยนั่นเอง อันเนื่องมาจากความเบาบางของมัน นอกจากนี้จากภาพที่ถ่ายได้ส่วนมากล้วนดูคล้ายกับรังแมงมุมด้วยซ้ำไป

แสงลึกลับ

ปรากฏการณ์แสงลึกลับซึ่งถูกพบในดินแดนระหว่างรัฐMissouri และ Oklahoma โดยแสงไฟปริศนานี้ มีสีส้ม และมีขนาดเท่าลูกเบสบอล หมุนขึ้นลงในลักษณะวงกลมด้วยความเร็วสูง แล้วจู่ๆก็หายไปเฉยๆซะอย่างนั้น  โดยมีการปรากฏของแสงไฟนี้ มาตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจมากเท่าไหร่  เนื่องจากในขณะนั้นทั่วโลกกำลังอยู่ช่วงภาวะสงคราม พอสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ทำให้ผู้คนมีเวลามากขึ้นจึงทำให้เรื่องแสงไฟปริศนานี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจ แต่ก็ยังหาคำตอบไม่ได้มาจนถึงทุกวันนี้

 

มีข่าวลือ นาซีได้เทคโนโลยีจาก UFO จริงหรือไม่

ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กลุ่มผู้มีอิทธิพลต่อเหตุการณ์ช่วงเวลาดังกล่าวมากที่สุดคงหนีไม่พ้นกลุ่มนาซีของเยอรมันที่นำโดย อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำกลุ่มนาซีที่ต้องการจะสร้างโลกใหม่ของตนเองขึ้นภายใต้อุดมการณ์อย่างชัดเจน จนกระทั่งบานปลายกลายเป็นสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปนั่นเอง เหตุการณ์หนึ่งที่ถือว่าทำร้ายจิตใจคนทั่วโลกอย่างมากก็คือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวที่รวมแล้วมีผู้เสียชีวิตหลายล้านคน อย่างไรก็ตามนอกจากควันหลงเรื่องสงครามแล้วสิ่งหนึ่งที่คนทั่วโลกยังคงมีข้อสงสัยจนทุกวันนี้ก็คือ นาซี โดยอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ มีเทคโนโลยีจาก UFO หรือต่างดาวจริงหรือไม่ รวมถึง ฮิตเลอร์เองเคยพบกับมนุษย์ต่างดาวจริงหรือไม่

ข่าวลือเกี่ยวกับเทคโนโลยี UFO ที่นาซีได้รับจากมนุษย์ต่างดาว

ข่าวลือดังกล่าวเกิดขึ้นเพราะว่านาซีที่นำโดยอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ สามารถสร้างอาวุธอันทันสมัยไม่ว่าจะเป็นจรวด V2, เครื่องบินขับไล่ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีเครื่องบินขับไล่รุ่นแรกๆ ของโลก นอกเหนือจากอาวุธเหล่านี้แล้วก็ยังมีอาวุธอื่นๆ ที่ยืนยันได้ว่าเหนือการคาดเดาใดๆ ทั้งสิ้น รวมไปถึงจานบินที่พวกเขาเคยใช้ทิ้งระเบิดในลอนดอนและนิวยอร์กทำให้มีกระแสข่าวลือออกมาว่านาซีมีเทคโนโลยี UFO ที่ได้รับจากมนุษย์ต่างดาว ซึ่งคำยืนยันในยุคนี้มีการบอกว่า อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ได้เคยสังให้ทีมงานนักวิทยาศาสตร์ของเขาทำการผลิตอาวุธที่มีความรุนแรงสูงซึ่งมีลักษณะคล้ายจานบินเพื่อใช้ต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามจริง แต่ก็ไม่ได้มีการยืนยันว่าเทคโนโลยีดังกล่าวเป็นเทคนิคที่ได้รับมาจากมนุษย์ต่างดาวจริง นั่นเพราะไม่มีใครเคยพบเห็น บอกเล่าเรื่องราวการพบกันของ 2 สายพันธุ์ได้ แต่จากพยานบอกเล่าในอดีตยืนยันถึงจานบินที่มีรูปร่างคล้ายไม้กางเขนเหล็กแห่งกองกำลังนาซีบินอยู่เหนือแม่น้ำเทมส์ในช่วงปี 1944 กระนั้นคำบอกเล่าดังกล่าวมันก็ยังคงเป็นปริศนาจนทุกวันนี้ว่าจริงๆ แล้วข่าวลือเกี่ยวกับนาซีมีเทคโนโลยีแสนล้ำหน้าในสมัยนั้นมาจาก UFO หรือมนุษย์ต่างดาวมากน้อยขนาดไหน

แม้ไม่มีใครสามารถหาข้อสรุปดังกล่าวได้แต่ก็ต้องยอมรับว่าด้วยเทคโนโลยีของกองกำลังนาซีเวลานั้นถือว่ามีอิทธิพลต่อการทำให้สงครามกลายเป็นความรุนแรงอย่างมาก แม้ว่าท้ายที่สุดพวกเขาจะแพ้ในการสู้รบแต่ก็ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถหลายๆ เรื่องในการเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้กลายเป็นสิ่งที่ตนเองต้องการ ส่วนเรื่องของเทคโนโลยี UFO ก็ยังคงเป็นสิ่งเร้นลับที่ไม่รู้ว่าการพิสูจน์จะสามารถเกิดขึ้นจริง เป็นการเรียนรู้ควบคู่ไปกับประวัติศาสตร์โลกได้อย่างน่าสนใจจริงๆ สำหรับเรื่องราวระหว่างนาซีกับ UFO

ความเชื่อเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาว UFO

 

เรื่องของมนุษย์ต่างดาวเป็นสิ่งที่พูดถึงกันมายาวนานมากเรียกว่าคนในยุคนี้ตั้งแต่เกิดมาก็พบเจอกับความเชื่อเรื่องดังกล่าวเล่าขานว่าบินมาด้วย UFO กันตลอด ดังนั้นจึงเกิดเป็นความเชื่อที่ค่อนข้างหลากหลายมากเกี่ยวกับสิ่งนอกโลกที่ไม่มีใครรับรู้ได้อย่างแน่ชัดว่ามีจริงหรือไม่จริงประการใด กระนั้นเราลองมาดูว่ามนุษย์มีความเชื่ออะไรเกี่ยวกับเรื่องของสิ่งแปลกประหลาดนอกโลกนี้บ้าง แต่ละเรื่องมันก็ทำให้น่าคิดอยู่ไม่น้อยเหมือนกันว่าอาจเกิดขึ้นจริงได้

ความเชื่อต่างๆ เกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาว UFO

  1. มนุษย์ต่างดาวต้องการมาดูการเจริญเติบโตของโลก – ความเชื่อนี้ว่ากันว่าพวกเขาไม่ได้มาทั้งดีและร้ายอะไรทั้งนั้น พวกเขาอาจรู้สึกเหมือนกับคนเราเวลาเจอสิ่งแปลกประหลาดจึงทำให้อยากเฝ้ามองดูอยู่ห่างๆ พร้อมสังเกตว่ามีวิวัฒนาการพัฒนาไปด้านไหนบ้างแล้ว เรียนรู้การเจริญเติบโตเกี่ยวกับมนุษย์โลกแบบช้าๆ แต่ก็ไม่ได้มายุ่งเกี่ยวอะไรด้วย
  2. ต้องการค้นหาแหล่งทรัพยากรบางอย่าง – เคยมีหลักฐานเกี่ยวกับเรื่องการค้นพบ UFO ในดินแดนที่ห่างไกลออกไป เช่น เขตแอนตาร์กติก หรือจุดเทือกเขาที่มีความทุรกันดารสูงในหลายประเทศ จึงเกิดความเชื่อขึ้นว่ามนุษย์ต่างดาวอาจต้องการมาค้นหาทรัพยากรอะไรบางอย่างเพื่อเอาไปยังดาวของพวกเขา
  3. อาจมายึดครองโลก – ความเชื่อนี้เป็นอีกความเชื่อที่เราคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็กซึ่งมันอาจไม่ใช่สิ่งเกินเลยแต่ประการใด มีความเป็นไปได้ว่าสิ่งลึกลับนอกโลกเหล่านี้อาจกำลังเรียนรู้อะไรบางอย่างจากมนุษย์จากนั้นก็เตรียมตัวเข้าจัดการด้วยการหาช่วงเวลาเหมาะๆ ไม่ว่าจะเป็นการเจรจาแบบสันติวิธีหรือการโจมตีแบบไม่ได้ตั้งตัว
  4. เป็นผู้สร้างมนุษย์โลกขึ้นมา – ในอดีตภาพประวัติศาสตร์ตามผนังของอียิปต์หรือตามโบราณสถานต่างๆ มักพบสิ่งที่แปลกประหลาดของผู้มาเยือนคาดว่าน่าจะเป็นมนุษย์ต่างดาว หรือไม่ก็กลุ่มสิ่งประหลาดเหล่านี้อาจเป็นคนที่สร้างมนุษย์บนโลกขึ้นมาตั้งแต่แรกก็ได้พร้อมเฝ้ามองเราว่าเป็นสัตว์ตัวน้อยๆที่อาศัยบนดาวดวงน้อยๆ ในจักรวาลอันแสนกว้างใหญ่
  5. เป็นชาวโลกจากอนาคต – ความเชื่อนี้ก็น่าสนใจเพราะจริงแล้วพวกเขาอาจไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นชาวโลกในอนาคต ส่วน UFO อาจเป็นไทม์แมชชีน บางทีเขาอาจต้องการมาศึกษาอดีตอะไรบางอย่างก็ได้
  6. อยู่ตรงไหนสักแห่งบนโลกใบนี้ – โลกของเรามันช่างกว้างใหญ่เกินบรรยาย แต่จริงๆ แล้วพวกเขาอาจเป็นชนเผ่าหนึ่งที่เคยรุ่งเรืองในอดีตแต่เกิดการล่มสลายไป ทำให้เขาอาจต้องย้ายไปอยู่ในดินแดนส่วนใดส่วนหนึ่งของโลกที่เราไม่รู้จักก็เป็นได้เหมือนกัน เช่น ใต้ท้องทะเลลึก

 

สุดยอดหนังเกี่ยวกับ UFO ที่ต้องหามาดูสักครั้ง

 

ความเชื่อและจินตนาการเรื่องราวของมนุษย์ต่างดาว UFO หรือ เอเลี่ยน เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เรามักจะเห็นเป็นประจำในภาพยนตร์ทั้งของไทย ของต่างประเทศ โดยเฉพาะฮอลลีวู้ดนี่มีเยอะมากตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมไปถึงอนาคตที่อาจจะมีมาอีก แต่วันนี้เราขอย้อนอดีตกันสักหน่อยว่าสุดยอดหนังเกี่ยวกับ UFO ที่ต้องหามาดูสักครั้งมีอะไรบ้าง

ซีรีย์ส เอเลี่ยน

หากจะพูดถึงสิ่งมีชีวิตนอกโลกแล้วล่ะก็ เราขอหยิบซีรีย์หนังเรื่องนี้มาก่อนเลยนั่นคือ เอเลี่ยน ซีรีย์หนังเรื่องราวหนังภาคต่อของการค้นพบดวงดาวต่างๆที่อาจจะมีสิ่งมีชีวิตอันน่าสะพรึงกลัวรออยู่ ไหนจะเป็นการต่อสู้เอาตัวรอดกลางอวกาศระหว่างคนกับเอเลี่ยนอีก แม้ว่าจะเก่าไปหน่อย แต่บอกได้ว่า พล็อต โปรดักชั่น นักแสดงนี่ยังทำได้ดีกว่าหนังยุคนี้อีกมั้ง

อี.ที.

หนึ่งในหนังที่ดีที่สุดตลอดกาลได้เลยสำหรับหนังเด็ก หนังครอบครัว และหนังไซไฟ เรื่อง อี.ที. เป็นอีกหนึ่งผลงานระดับมาสเตอร์พีซของสตีเว่น สปีลเบิร์ก เรื่องราวของเด็กชายคนหนึ่งที่ได้พบกับสิ่งมีชีวิตนอกโลกโดยบังเอิญ เค้าเลยพากลับมาพักอาศัยที่บ้านแต่บอกใครไม่ได้ หนึ่งเด็ก หนึ่งเอเลี่ยน ต้องหนีการตามล่าของรัฐบาลเพื่อนำตัวเพื่อนนอกโลกของเค้าไปวิจัย อีกทางหนึ่งเอเลี่ยนก็ต้องติดต่อเพื่อนมารับกลับให้ได้ เรื่องราวที่ต้องเรียกน้ำตาเราได้แบบไม่รู้ตัวเลย

ID4

หนังเกี่ยวกับ UFO ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเรื่องหนึ่งของวงการฮอลลีวู้ด ID4 หรือ Independence Day หนังเมื่อปี 1996 ความยิ่งใหญ่สุดยอดของโปรดักชั่นที่จัดว่ายอดเยี่ยมแม้ว่าเราจะกลับมาดูอีกครั้งในยุคนี้ เรื่องราวการรวมตัวของมวลมนุษยชาติเพื่อต่อสู้ และต่อต้านการเข้ายึดโลกของ UFO เรื่องนี้สร้างชื่อให้กับหนึ่งในพระเอกของเราอย่าง วิล สมิธ ด้วย

Men in Black

อีกหนึ่งหนังไซไฟภาคต่อ ล้ำจินตนาการทั้งในแง่มุมของวิทยาการและ UFO นั่นคือเรื่อง Men in Black เรื่องราวขององค์กรลับที่คอยดูแล กำกับพฤติกรรมของเอเลี่ยนที่เข้ามาอยู่ในโลกของเรา แน่นอนว่าองค์กรนี้ต้องเป็นความลับของโลกด้วย จุดเด่นของเรื่องนี้คงเป็นแท่งไฟที่สามารถลบความทรงจำได้ และการออกแบบเอเลี่ยนที่มีความหลากหลายรูปแบบกับความสามารถเหนือจินตนาการจริงๆ

Prometheus

กลับมาที่หนังไซไฟ หลังยุคปี 201x กันบ้างยุคนี้มีหนังไซไฟเรื่องหนึ่งได้รับเสียงวิจารณ์ดีมากในรอบหลายปีเลยทีเดียว นั่นคือเรื่อง Prometheus หรือ โพรมีเธอุส ของปี 2012 เรื่องนี้เล่าถึงการสำรวจดาวดวงหนึ่งที่อยู่ไกลออกไป แน่นอนว่าพวกเค้าค้นพบสิ่งมีชีวิตที่มีชื่อว่า engineer  ซึ่งเป็นที่มาของ เอเลี่ยน คงไม่ต้องบอกพวกเค้าเจอกับอะไรต่อไป ลองไปหาดูกันนะรับรองว่าสนุกจนลุกไม่ขึ้น

มนุษย์ต่างดาวมีจริงหรือไม่ คำถามที่รอคำตอบ

 

เชื่อว่าคนที่ติดตามเรื่องราวของดาราศาสตร์ ดวงดาว และสิ่งมีชีวิตนอกโลกแล้ว คำถามที่ถือว่าเป็นเสน่ห์ที่ทำให้คนสนใจเรื่องนี้ติดตามมาตลอดนั่นคือ มนุษย์ต่างดาวมีจริงหรือไม่ แม้แต่นักวิทยาศาสตร์สายดาราศาสตร์เองก็พยายามส่งยาน ส่งอุปกรณ์ค้นคว้าไปให้ไกลขึ้นในอวกาศเพื่อค้นหาคำตอบนี้ วันนี้เรามีหลากหลายแง่มุมมานำเสนอกัน

ภาพ UFO ของจริงหรือไม่

เรื่องราวเหล่านี้มีมิติหลายแง่มุมด้วยกัน อย่างแรกเลยเป็นเรื่องของหลักฐานการมีอยู่ของมนุษย์ต่างดาวหรือ UFO ที่หลายคนน่จะเคยเห็นภาพถ่าย UFO แบบต่างๆมากมายตั้งแต่ครั้งอดีต หากเป็นปัจจุบันเราคงมองว่าภาพเหล่านั้นเป็นภาพตัดต่อจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์ แต่คำถามคือหากภาพเหล่านั้นถูกถ่ายและเผยแพร่ตั้งแต่ยุคที่คอมพิวเตอร์ยังไม่ทันสมัย การตัดต่อภาพจะเป็นจริงได้หรือไม่ อันนี้น่าคิดเหมือนกัน อาจจะเป็นเทคนิคการถ่ายภาพก็เป็นได้เหมือนกัน เอาเป็นว่าถ้าเราเชื่อว่าภาพเหล่านี้เป็นจริงก็แสดงว่ามีจริง แต่ถ้าคิดว่าภาพนี้คือตัดต่อก็แสดงว่า UFO ก็คงมีไม่จริง

UFO หรือ เครื่องมือทางทหาร

แม้ว่าการตัดต่อภาพอาจจะเป็นไปได้ แต่เรื่องของการเห็นได้จริงหรือการถ่ายภาพวิดีโอนั้นอาจจะเป็นเรื่องยาก(แม้ว่าจะง่ายแล้วตอนนี้) หลายคนอาจจะเคยมองเห็นวัตถุลึกลับบินอยู่บนอากาศโดยไม่สามารถบอกลักษณะได้เนื่องจากไม่เคยเห็นมาก่อน อย่างเช่น คลิปที่ถ่ายติดสิ่งที่อยู่เหนือน่านฟ้าแบบไม่ทราบสัญชาติที่เกิดเหตุในบ้านเรา เป็นเรื่องฮือฮามากทีเดียวในตอนนั้น (ปี 2015) อย่างไรก็ดีการมองเห็นวัตถุลึกลับบินในท้องฟ้าอย่างนี้ เราต้องเผื่อใจไว้ด้วยว่าอาจจะเป็นการทดลองทางทหาร อาจจะเป็นเครื่องมือ อุปกรณ์ทางทหารอะไรสักอย่างก็ได้เหมือนกัน

แอเรีย 51 ความลับที่บอกไม่ได้

อีกหนึ่ง คำสำคัญเกี่ยวกับ UFO กับ มนุษย์ต่างดาว นั่นคือพื้นที่พิเศษอย่าง แอเรียน 51 พื้นที่ทางด้านการทหารในประเทศสหรัฐอเมริกาที่อยู่ใกล้กับลาสเวกัส รัฐเนวาดา หลายคนเชื่อว่าในพื้นที่นี้แม้ว่าจะเป็นความลับทางการทหารเลยไม่สามารถเข้าไปได้ แต่ภายในนั้นเชื่อกันว่าไม่ได้มีแต่เรื่องของทหารเพียงอย่างเดียว ยังมีการค้นคว้าและวิจัยเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวด้วย แม้ว่าจะมีการออกมาปฏิเสธหลายครั้งจากทางภาครัฐแต่ก็ยังเชื่ออยู่ดี ยิ่งปี 2557 มีการออกมาเปิดเผยของนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งที่ว่าเคยทำงานในนั้น และมีการทำวิจัยกับมนุษย์ต่างดาวด้วย ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่เราจะเชื่อด้วยหรือไม่

มนุษย์ต่างดาวในดาวอื่น

ทฤษฏีสุดท้ายที่ส่วนตัวยอมรับเลยว่าเป็นไปได้มากที่สุด นั่นคือการมองหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก จากดาวเคราะห์อื่น จากระบบสุริยะอื่น ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าเราอาจจะได้เจอสิ่งมีชีวิตใหม่จากดาวเหล่านั้นก็ได้ แต่เชื่อว่าคงต้องรอเทคโนโลยีอีกนานเลยกว่าเราจะเดินทางระยะทางเป็นปีแสงได้

เหตุการณ์ที่ทำให้มนุษย์ต่างดาวถูกเชื่อว่ามี

 

สำหรับคนที่ติดตามเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตจากนอกโลก หรือ UFO มานานแล้ว เชื่อว่าข่าวสารต่างๆที่ทำให้เราคิดว่ามนุษย์ต่างดาวมีจริงย่อมเป็นข่าวที่พวกเค้าต้องติดตามกันเป็นประจำอย่างแน่นอน บางข่าวก็เป็นเรื่องแหกตาพิสูจน์ได้ แต่บางข่าวก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าแหกตาหรือของจริง เรามาลองไล่เรียงกันว่ามีเหตุการณ์ไหนบ้างที่ทำให้มนุษย์ต่างดาวถูกเชื่อว่ามี

การค้นพบยานอวกาศ และมนุษย์ต่างดาวบนดวงจันทร์

เริ่มกันที่ข่าวและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนอกโลก เราไปกันที่ดวงจันทร์ ที่นั่นมีการส่งยานไปสำรวจดวงจันทร์ทั้งทางด้านธรณีวิทยาและด้านดาราศาสตร์ แต่การค้นพบครั้งหนึ่งนั่นคือการค้นพบยานอวกาศที่มีมนุษย์ต่างดาวบนดวงจันทร์ ยานลำนี้จากข่าวบอกว่ามีความยาวของยานมากถึงสองไมล์ สำคัญตรงที่ว่าด้านในมีตัวอ่อนของมนุษย์ต่างดาวอีกด้วย ซึ่งได้มีการแอบนำกลับมาวิจัยต่อทางด้าน DNA ด้วย แน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นความลับของอเมริกันและรัสเซียเท่านั้น ยิ่งมีนักดาราศาสตร์ชื่อดังออกมาสำทับอีกด้วยจากการไปพูดสุนทรพจน์ที่หนึ่ง ยิ่งทำให้เรื่องนี้ดูน่าเชื่อถือขึ้นไปอีก

วัตถุที่ขัดแย้งกับช่วงเวลา

เหตุการณ์ต่อไปที่ทำให้เกิดข้อขัดแย้งขึ้นมาเยอะมากทั้งในด้านดาราศาสตร์ และประวัติศาสตร์ นั่นคือ การที่วัตถุขัดแย้งกับช่วงเวลาและสถานที่เกิด ยกตัวอย่างเช่น การค้นพบโมเดลเครื่องบินที่ประเทศโคลัมเบีย ที่มีอายุมากถึง 1,000 ปี เรื่องนี้มันน่าแปลกตรงที่ว่า โมเดลที่ค้นพบช่างคล้ายกับเครื่องบินเจ็ตในปัจจุบันเหลือเกิน ว่าแต่เมื่อง 1,000 ปีที่แล้ว วิทยาการของชนเผ่าตอนนั้นไม่น่าจะมีการคิดเครื่องบินแบบนี้ออกมาได้เลย หรือจะเป็นการที่พวกเค้าได้รับความรู้ วิทยาการมาจากใครสักคนซึ่งใครสักคนที่ว่าอาจจะเป็นมนุษย์ต่างดาวก็เป็นได้ หรือจะเป็นที่เกาะอีสเตอร์ กลางมหาสมุทรแปซิฟิค เกาะนี้เป็นเกาะร้างที่ไม่มีคน แต่กลับมีรูปปั้นโมอาย ที่มีขนาดหนักถึงตัวละ 75 ตัน ยาวไปถึง 800 ตัว แม้ว่าจะเคยมีชนพื้นเมืองมาก่อนในเกาะนี้แต่ดูแล้วก็ไม่มีทางเป็นไปได้ที่เค้าจะสร้างได้มากขนาดนั้น

ภาพถ่ายที่ยังไม่หาคำตอบไม่ได้

หนึ่งในหลักฐานที่หลายคนเชื่อว่ามีมนุษย์ต่างดาวจริงๆ นั่นคือภาพถ่ายที่ดูผิดธรรมชาติ หรือ เหนือธรรมชาติมากเกินไป แม้ว่าจะมีหลายภาพที่น่าสนใจ แต่ภาพที่กล่าวขวัญมากที่สุดต้องเป็นภาพที่ชื่อว่า Solway Firth Spaceman ภาพนี้ถ่ายขึ้นในปี 1964 ดังนั้นตัดเรื่องการตกแต่งด้วยโปรแกรมได้เลย ภาพนี้มันแปลกตรงที่ว่า เด็กผู้หญิงที่อยู่ในภาพนั้นตอนถ่ายไม่มีใครอยู่ด้วยแต่พอล้างภาพมากลายเป็นว่าด้านหลังของเด็กผู้หญิงคนดังกล่าวมีนักบินอวกาศซ้อนอยู่ด้วย หลายคนอาจจะคิดว่าตกแต่งใช้เทคนิคแต่ก็ยังยืนยันไม่ได้ว่าจริงหรือไม่